บทความสุขภาพ

วัคซีนโควิด-19 มีอะไรบ้าง ฉีดได้ที่ไหน รวมข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนฉีดวัคซีน

บทความโดย: วันที่อัพเดท: 26 มีนาคม 2567

 ฉีดวัคซีนโควิด-19

แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะลดลงเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้การแพร่ระบาดยังคงมีต่อเนื่อง และปัจจุบันปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หมดไป การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 ในบทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับการเกิดโรคโควิด-19 การฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมไปถึงผลกระทบของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในแง่มุมต่าง ๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย


สารบัญบทความ

 


วัคซีนโควิด-19

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า วัคซีนโควิด-19 ไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ 100% แต่วัคซีนโควิด-19 มีส่วนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ได้รายงานว่า ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนถึง 10 เท่าเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าหลายคนจะฉีดวัคซีนไปแล้ว ก็ยังคงมีโอกาสที่จะติดเชื้อโควิด-19 ได้อยู่ เพราะฉะนั้นแล้วการดูแลตนเองไปพร้อม ๆ กับการฉีดวัคซีนป้องกันไปด้วยจะช่วยให้มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ได้น้อยกว่าปกติ รวมไปถึงการดูแลตนเองให้ดีหลังจากที่เป็นโควิด-19 และการศึกษาข้อมูลลองโควิดเตรียมพร้อมไว้ก่อน เพื่อหาแนวทางในการรักษาในอนาคตต่อไป


โรคโควิด-19

วัคซีนโควิด-19 ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 หรือที่เราเรียกว่าโรคโควิด-19 ซึ่งมาสาเหตุมาจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) อันส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งการค้นพบครั้งแรกที่อู่ฮั่น ประเทศจีน มีการสันนิษฐานว่าเป็นการติดเชื้อมาจากค้างคาว

แม้ว่าต้นกำเนิดของการแพร่เชื้อโควิด-19 อาจจะถูกสันนิษฐานว่ามาจากสัตว์ในช่วงแรก แต่ในปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ติดต่อได้จากคนสู่คน โดยผ่านละอองจากอากาศของผู้ที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการไอ จาม การสัมผัสถูกละอองเหล่านั้น ซึ่งสังเกตด้วยตาเปล่าไม่ได้

สำหรับผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการโควิดค่อย ๆ แสดงออกมาภายใน 5-7 วันหลังจากที่มีการรับเชื้อ เช่น มีไข้สูงถึง 37.5 องศาขึ้นไป มีน้ำมูก แสบคอ มีอาการไอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลียง่าย จมูกไม่ได้กลิ่นหรือสูญเสียการรับรส บางรายอาจจะมีผื่นแดงโควิด เป็นต้น และในส่วนของอาการโควิดรอบใหม่จะมีอาการคล้าย ๆ กัน แต่จะติดเชื้อได้ง่ายและรวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น ซึ่งส่งให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

คำถามที่ว่า “เชื้อโควิดกี่วันหาย” จากข้อมูลหลังจากที่เป็นโควิด-19 แล้ว โดยปกติอาการต่าง ๆ จะหายภายใน 14 วัน ซึ่งหลังจาก 14 วันหากมีการตรวจ ATK แล้วพบว่ายังขึ้น 2 ขีด แสดงว่ายังมีเชื้อโควิด-19 อยู่ภายในร่างกายแต่ไม่สามารถแพร่เชื้อได้แล้ว และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องดูแลตนเองให้หายดีเป็นปกติ ปฏิบัติตัวและรักษาระยะห่างตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้


ชนิดของวัคซีนโควิด-19 

วัคซีนโควิด-19 มีอะไรบ้าง? หลาย ๆ คนคงยังไม่ทราบ วันนี้ได้รวบรวมชนิดของวัคซีนโควิด-19 ทั้ง 4 ชนิดมาให้ความรู้ ดังนี้

 

1. วัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccines)

วัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตาย (Inactivated vaccines) คือ วัคซีนโควิด-19 ที่มีเชื้อไวรัสที่ถูกทำลายด้วยความร้อน สารเคมี หรือรังสี จนทำให้ไม่สามารถแพร่เชื้อและเพิ่มจำนวนเซลล์ได้ แต่ยังสามารถกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโควิด-19 เช่น วัคซีนโควิดซิโนแวค (Sinovac) 
 

2. วัคซีนโควิด 19 ชนิดสารพันธุกรรม (mRNA Vaccines)

วัคซีนโควิด 19 ชนิดสารพันธุกรรม (mRNA vaccines) คือ วัคซีนโควิด-19 ที่จะทำหน้าที่พา mRNA เข้าเซลล์และช่วยให้เซลล์ผลิตสารโปรตีนสไปค์ของเชื้อไวรัส เพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย โดยที่ร่างกายจะเกิดการเรียนรู้เชื้อไวรัสและเรียนรู้วิธีที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัส หากได้รับเชื้อในครั้งต่อ ๆ ไป โดย mRNA vaccines ได้แก่ ไฟเซอร์ (Pfizer) และ โมเดอน่า (Moderna)
 

3. วัคซีนโควิด 19 ชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector Vaccines)

วัคซีนโควิด 19 ชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector vaccines) คือ วัคซีนโควิด-19 ที่เชื้อไวรัสถูกทำให้เสื่อมประสิทธิภาพลง และถูกนำมาดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นพาหะ ซึ่งหากนำมาฉีดเข้าสู่ร่างกายมนุษย์จะเลียนแบบการติดเชื้อแบบธรรมชาติ ได้แก่ Astra Zeneca,  CanSinoBio, Johnson and Johnson และ Gamaleya
 

4. วัคซีนโควิด 19 ชนิดทำจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein Subunit Vaccines)

วัคซีนโควิด 19 ชนิดทำจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein Subunit Vaccines) คือ วัคซีนโควิด-19 ที่สร้างโปรตีนของเชื้อไวรัสแล้วนำมาผสมกับสารกระตุ้นภูมิ จากนั้นฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ต่อต้านเชื้อโควิด-19 ได้แก่ Novavax เป็นต้น ซึ่งวิธีการผลิตวัคซีนแบบนี้เป็นนวัตกรรมที่มีมาแล้วค่อนข้างนาน โดยเป็นวิธีผลิตแบบเดียวกันกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีนั่นเอง


วัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย

ปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย มีให้บริการหลายยี่ห้อหรือหลายแบรนด์ด้วยกัน ซึ่งมีทั้งหมด 8 แบรนด์ด้วยกัน ดังนี้

 

  • วัคซีน CoronaVac ของบริษัท Sinovac
  • วัคซีน AZD 1222 ของบริษัท AstraZeneca/Oxford
  • วัคซีน AZD 1222 ของบริษัท SK Bioscience (Korea) /AstraZeneca/Oxford
  • วัคซีน Ad26.COV2.S ของบริษัท Johnson & Johnson
  • วัคซีน Tozinameran ของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค
  • วัคซีน Covishield ของ Serum Institute of India
  • วัคซีน mRNA-1273 ของบริษัท Moderna
  • วัคซีน Sinopharm ของบริษัท The Beijing Institute of Biological Products

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ถึงแม้ว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ แต่การฉีดวีคซีนโควิด-19 ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงอันได้แก่ เด็ก คนท้อง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ล้วนต้องศึกษาหาข้อมูลก่อน สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ดังนี้

 

1. การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็ก

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กติดโควิดนั้น สามารถทำได้แต่ต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อน การฉีดวัคซีนโควิด-19 จะช่วยให้เด็กมีภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการติดเชื้อได้ และลดโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อทางปอดและหัวใจซึ่งถือว่าเป็นโรคโควิดรุนแรงในเด็ก (Multisystem inflammatory syndrome in children : mis-c) หรือที่เราเรียกว่า “ภาวะมิสซี” นั่นเอง

โดยในคำแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 สำหรับเด็กและวัยรุ่น ฉบับที่ 7 แนะนำให้เด็กที่อายุ 6 เดือน - 5 ปี ให้ฉีด Pfizer ฝาแดง และสำหรับเด็กที่อายุ 5-11 ปี ให้ฉีด Pfizer ฝาส้ม หรือ Moderna
 

2. การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในคนท้อง

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในคนท้องสามารถทำได้ตามปกติ โดยต้องมีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์หรือ 3 เดือนขึ้นไป สำหรับวัคซีนที่สามารถฉีดได้มี 2 แบรนด์ ได้แก่ Pfizer และ Moderna ทั้งนี้สำหรับผู้ตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ไม่แนะนำให้ฉีดเพราะจะเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นจึงต้องทำการปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนทุกครั้ง
 

3. การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้สูงอายุ

การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุติดโควิด เริ่มตั้งแต่ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป โดยวัคซีนที่นิยมฉีดในผู้สูงอายุ คือ AstraZenaca เนื่องจากจะมีผลข้างเคียงน้อยกว่าคนอายุน้อย ๆ อาการอ่อนเพลีย เป็นไข้จะเป็นประมาณ 1-2 วัน ก็จะหายไปเอง ซึ่งถือว่าเป็นไม่นานเท่าคนอายุน้อย

ผู้สูงอายุที่แบ่งตามคำแนะนำของสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย เดือน พ.ค.64 ได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

 

  • ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบาง มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่อาการคงที่ สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้
  • ผู้สูงอายุที่เพิ่งมีอาการเจ็บป่วยที่อาการยังควบคุมอาการไม่ได้ มีอาการไม่คงที่ หรือได้ยากดภูมิคุ้มกันที่อาการของโรคยังไม่สงบ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19
  • ผู้สูงอายุระยะท้ายของชีวิต ที่คาดว่าจะเสียชีวิตภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน จะพิจารณาการฉีดวัคซีนนำไปเป็นรายตามแพทย์แนะนำ
     

ทั้งนี้การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้สูงอายุมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เพราะผู้สูงอายุแต่ละคนมีอาการเจ็บป่วยและโรคประจำตัวต่างกัน หากต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน


4. การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้มีโรคประจำตัว

กรณีที่เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว แต่ต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้มีโรคประจำตัวนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมากเนื่องจากผู้ที่มีโรคประจำตัวหากติดเชื้อโควิด-19 มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบ อันเป็นผลทำให้เสียชีวิตได้


ข้อควรระวังก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19

ผู้ที่ต้องการจะฉีดวัคซีนควรทราบสิ่งที่ต้องระวังและการปฏิบัติตัวก่อนทำการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมให้ร่างกายซึ่งมีดังนี้

1.การดูแลตนเองก่อนฉีดวัคซีน
 

  • พยายามไม่อยู่ร่วมกับคนติดโควิดเนื่องจากหากได้รับเชื้อก่อนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 จะไม่สามารถฉีดวัคซีนได้
  • งดออกกำลังกายหนัก ๆ เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาฉีดวัคซีน
  • พักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์ก่อนมาฉีดวัคซีนทุกครั้ง

2.การเตรียมความพร้อมก่อนฉีด
 

  • สวมเสื้อที่สะดวกต่อการฉีดวัคซีนโควิด-19 เช่น เสื้อแขนสั้น หรือเสื้อกล้ามและสวมเสื้อเชิ้ตทับ
  • เตรียมบัตรประชาชนและโหลดแอปพลิเคชันหมอพร้อมมาให้เรียบร้อย
  • แจ้งประวัติการแพ้ให้เจ้าหน้าที่ทราบ
  • เตรียมแขนข้างที่ไม่ถนัดสำหรับฉีดวัคซีน
  • สวมแมสก์ เว้นระยะห่าง และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อยู่เสมอ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดวัคซีนโควิด-19

หลังจากที่ฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว การดูแลตนเองยังไม่จบเพียงเท่านี้ โดยข้อปฏิบัติหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 มีดังนี้
 

  • หลังฉีดวัคซีน 30 นาที ให้สังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ทันที
  • การใช้ชีวิตประจำวันหลังฉีดวัคซีน
  • ไม่ควรยกของหลังช่วงหลังฉีดวัคซีน-19 ใหม่ ๆ
  • หากมีอาการปวดหัว เป็นไข้ ให้รับประทานยาตามอาการ คือ ทานยาแก้ไข้ บรรเทาอาการปวด
  • กรณีที่หลังจากฉีดวัคซีน 1-3 วัน อาการหรือผลค้างเคียงหลังฉีดวัคซีนไม่ดีขึ้นให้ไปที่โรงพยาบาลเพื่อประเมินอาการต่อไป

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากวัคซีนโควิด-19

ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็เหมือนกับการฉีดวัคซีนชนิดอื่น ๆ ซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ในทันที


อาการหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ควรพบแพทย์

หลายคนมีอาการผิดปกติหลังที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่ไม่แน่ใจหรือไม่ทราบว่าอาการที่เป็นอยู่ต้องไปพบแพทย์หรือไม่? สามารถเช็คได้ดังนี้
 

  • มีไข้สูงเกิน 48 ชั่วโมงหลังจากที่ฉีดวัคซีน
  • มีอาการหายใจลำบาก และเจ็บบริเวณหน้าอก
  • มีอาการหน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการปากเบี้ยว
  • มีผื่นขึ้นทั้งตัว และมีอาการคัน
  • อาเจียนบ่อย มากกว่า 5 ครั้ง

การฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น

ฉีด vaccine covid-19 เข็มกระตุ้น

สิ่งที่เป็นคำถามกวนใจหลายคน คือ การฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นเป็นสิ่งจำเป็นไหม? ต้องบอกว่า ค่อนข้างจำเป็นเนื่องจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามระยะเวลาที่กำหนดจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันอาการลองโควิดได้ด้วย

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นเข็มที่ 3 ให้ปฏิบัติ ดังนี้
 

  • หากฉีดเข็มที่ 2 เป็น Sinnovac หรือ Sinopharm หลังครบ 4 สัปดาห์ ให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ได้ 
  • หากฉีดเข็มที่ 2 เป็น AstraZeneca หรือ Pfizer หลังครบ 3 เดือน ให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ได้
  • การฉีดวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นเข็มที่ 4 หลังจากฉีดเข็มที่ 3 ครบ 4 เดือนสามารถไปฉีดสูตรใดหรือยี่ห้อใดก็ได้
  • การฉีดวัคซีนโควิด-19 กระตุ้นเข็มที่ 5 หลังจากฉีดเข็มที่ 3 ครบ 4 เดือนสามารถไปฉีดสูตรใดหรือยี่ห้อใดก็ได้

วัคซีนโควิด-19 ฉีดได้ที่ไหน

วัคซีนโควิด-19 ฉีดได้ที่ไหน? สามารถค้นหาข้อมูลได้โดยเพิ่มเพื่อนที่ LINE OA “หมอพร้อม” จากนั้นตามขั้นตอน ดังนี้
 

  1. เลือก “แชทกับหมอพร้อม (Chatbot)”
  2. เลือก “วัคซีนโควิด 19”
  3. เลือก “เบอร์ติดต่อศูนย์”
  4. เลือกโซนของภาคที่คุณอาศัย
  5. เลือกจังหวัดที่คุณต้องการฉีดวัคซีน
  6. โทรสอบถามสาธารณสุขของจังหวัดที่เลือก ซึ่งบางจังหวัดจะขึ้นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 และเบอร์ติดต่อสำหรับสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไว้ให้
     

ซึ่งในปัจจุบันศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 มีให้บริการจำนวนมากทั้งหน่วยงานที่เป็นทั้งของภาครัฐและเอกชน เพราะฉะนั้นแล้วสามารถเลือกฉีดวัคซีนได้ตามสถานที่ที่เราสะดวก


คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่เป็นข้อสงสัยของหลาย ๆ เกี่ยวกับเรื่องโควิด-19 ได้ถูกรวบรวมไว้แล้ว ซึ่งสามารถหาคำตอบได้ตามหัวข้อ ต่อไปนี้

 

เคยติดโควิดแล้ว ต้องฉีดวัคซีนอีกหรือไม่

คำถามที่หลายคนอยากทราบ คือ หลังติดโควิด ฉีดวัคซีนได้หรือไม่? คำตอบ คือ สามารถฉีดได้ โดยมีข้อปฎิบัติ ดังนี้

  • กรณีไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือกรณีฉีดวัคซีนแล้ว 1 เข็ม สามารถฉีดวัคซีนได้หลังจากหายโควิดแล้วประมาณ 1-3 เดือน
  • กรณีฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม สามารถฉีดวัคซีนได้หลังจากหายโควิดแล้ว 3 เดือนขึ้นไป


ฉีดวัคซีนโควิด 19 ต่างยี่ห้อ/ชนิด ระหว่างเข็มได้หรือไม่

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่างยี่ห้อ/ชนิด ระหว่างเข็มสามารถทำได้สำหรับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวหรือมีสุขภาพร่างกายปกติ  ในส่วนของผู้ไม่ควรฉีดสูตรไขว้ หรือหากต้องการฉีดต้องปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดทุกครั้ง ได้แก่
 

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หากภาวะน้ำตาลสูงจะทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง
  • ผู้ที่แพ้วัคซีนโควิด-19 เพราะอาจจะหายใจติดขัด แน่นหน้าอก และหน้ามืดได้
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ เพราะอาจจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้
  • ผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรง เพราะอาจจะเกิดภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนส่งผลให้เสียชีวิตได้
     

ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอื่นเป็นเวลาเท่าไหร่

กรณีที่มีการฉีดวัคซีนอื่น เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันโรค คอตีบ-บาดทะยัก วัคซีนป้องกันโรคหัด-หัดเยอรมัน มาก่อนให้เว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยฉีดวัคซีนโควิด-19


ข้อสรุป

การติดโควิด-19 ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลายรูปแบบซึ่งต้องประเมินตามอาการ หากรุนแรงมากต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่หากไม่รุนแรงสามารถรักษาแบบ home isolation ได้ ทั้งนี้จะดีกว่ามากหากเราหาทางป้องกันไม่ให้ตนเองเจ็บป่วย เพราะจะส่งผลกระทบหลายอย่างทั้งร่างกาย การดำเนินชีวิต รวมไปถึงเรื่องงานด้วย

เพราะฉะนั้นแล้วควรฉีดวัคซีนโควิด-19 กับสถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ สะอาด ปลอดภัยและให้บริการดี อีกทั้งยังดูแลรวมไปถึงให้คำแนะนำได้ตลอด โดยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามกับทีมแพทย์เฉพาะทางโรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ได้ที่ Line @samitivejchinatown หรือเบอร์ 02-118-7893 


References

Hospital Clínico Universitario de Santiago de Compostela. (2021). How do inactivated vaccines work?. from http://www.covid19infovaccines.com/en-posts/how-do-inactivated-vaccines-work 

Maragakis, L., & Kelen, G. D. (2022). Is the COVID-19 Vaccine Safe?. from http://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/coronavirus/is-the-covid19-vaccine-safe 

UNICEF. (2022). What you need to know about COVID-19 vaccines Answers to the most common questions about coronavirus vaccines. from http://www.unicef.org/coronavirus/what-you-need-to-know-covid-vaccine?gclid=Cj0KCQiA45qdBhD-ARIsAOHbVdEgDD1bAeFuUOxymKzntiskWiTo56Vq_ENW8FaVHQoAoGj2M2am0WIaAt53EALw_wcB 


 

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ