วิธีดูแลหลังผ่าตัดเข่าอย่างเหมาะสมทำอย่างไร? พร้อมข้อควรรู้ก่อนผ่าตัดข้อเข่าเทียม
วิธีดูแลหลังผ่าตัดเข่าที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไวขึ้น เช่น หมั่นทำกายภาพบำบัดอยู่เสมอ ทำกิจวัตรประจำวันให้ช้าลง ควบคุมน้ำหนักตัว และฝึกเดินออกกำลังกาย

การผ่าเข่าเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นหนึ่งในวิธีรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดเข่ามาก เดินลำบาก ข้อเข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หากปล่อยไว้นาน ข้อเข่าอาจเสื่อมมากขึ้นจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสม และลดความเสี่ยงของอาการทรุดลงในระยะยาว
โดยทั่วไป การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) รุนแรง ปวดเข่าเรื้อรัง เข่าโก่ง งอหรือเหยียดเข่าได้ไม่สุด รวมถึงผู้ที่อาการปวดส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน เช่น เดินขึ้นลงบันไดลำบาก นั่งแล้วลุกยาก หรือปวดแม้ในขณะพัก
KEY TAKEAWAY
สารบัญบทความ
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนหรือซ่อมแซมส่วนของข้อต่อที่เสียหายจากอุบัติเหตุ หรือโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เพื่อรักษาอาการปวดและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น โดยปัจจุบันข้อเข่าเทียมทำจากวัสดุที่มีความคงทน ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เช่น โลหะผสมไทเทเนียมและโคบอลต์โครเมียม และระหว่างผิวข้อเทียมจะใส่พลาสติกชนิดพิเศษที่เรียกว่าโพลีเอทิลีน (polyethylene) เพื่อช่วยลดแรงเสียดทาน เพิ่มความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหว
อาการปวดเข่าที่เกิดจากภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือข้อต่อบาดเจ็บเรื้อรัง อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยวิธีทั่วไป การผ่าตัดหัวเปลี่ยนข้อเข่าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อมมีดังนี้

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (Total Knee Replacement) คือการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าทุกส่วน เหมาะกับข้อเข่าที่เสียหายและมีรอยโรคอยู่มาก เนื่องจากเป็นการผ่าที่แก้ได้ทุกความผิดปกติของข้อ นอกจากการผ่านี้จะช่วยรักษาอาการอักเสบของข้อแล้ว ยังสามารถทำให้ข้อเข่าที่ผิดรูปกลับมาตรงตามแบบที่ควร ไม่โก่งงอ ป้องกันการเสื่อมของข้อเข่าส่วนที่เหลือในอนาคต ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อจะเป็นผู้ป่วยที่มีอายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป
การผ่าตัดข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วน (Unicompartmental Knee Replacement) เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าบางส่วน โรคข้อเข่าเสื่อมในบางผู้ป่วย อาการเสียหายจะจำกัดอยู่บริเวณบางส่วนโดยมักจะเริ่มที่บริเวณด้านในของข้อเข่า มีผู้ป่วยส่วนน้อยที่การเสื่อมของข้อเข่าจะเริ่มที่ผิวกระดูกด้านนอก อาจทำให้ขาโก่งเข้าด้านในได้
การผ่าข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วนโดยเก็บผิวข้อเข่าส่วนที่ดีไว้ จะมีขนาดเล็กกว่า การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ
จะน้อยกว่าเปลี่ยนทั้งข้อเข่า รวมถึงขนาดแผลเล็กกว่า เจ็บน้อยกว่า อีกทั้งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนยังใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนทั้งข้อเข่าด้วย

การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม เปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น โดยแพทย์อาจพิจารณาให้คนในกลุ่มต่อไปนี้เข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า
สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องอาการปวดเข่าที่สงสัยว่าจะเป็นอาการข้อเข่าเสื่อม แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยขั้นตอนมีดังนี้
ก่อนเข้าผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม ผู้ป่วยควรเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการผ่าตัดหัวเข่า รวมไปถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้พร้อมอำนวยความสะดวกหลังการผ่าเข่าด้วย
นอกจากการเตรียมตัวเองข้างต้น การจัดการสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเพื่อพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยหลังการผ่าเข่าเสื่อมเองก็เป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากในช่วงแรกผู้ป่วยอาจต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำ ทำอาหาร ซักผ้า ถือของ
ขั้นตอนการผ่าข้อเข่าเสื่อมทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง - 1 ชั่วโมง 15 นาที หลังการผ่าตัดหัวเข่า ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถขยับข้อเข่า หรือใช้งานข้อเข่าได้ทันทีในวันแรก
หลังผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม มีความเป็นไปค่อนข้างน้อยที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าที่เป็นอันตรายกับผู้ป่วย ภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดได้ ได้แก่อาการดังต่อไปนี้
การฝึกบริหารกล้ามเนื้อหลังผ่าข้อเข่าเสื่อมเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมาเคลื่อนไหวได้ดี ลดอาการข้อยึด และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่า โดยควรฝึกตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเป็นหลัก
ในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจเริ่มจากท่าง่าย ๆ เช่น กระดกข้อเท้าขึ้นลงเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าโดยกดเข่าลงกับเตียง ค้างไว้สั้น ๆ แล้วคลายออก หรือฝึกเหยียดเข่าให้ตรงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่ออาการดีขึ้น แพทย์อาจให้ฝึกงอเข่า ฝึกยกขาตรง ฝึกลุกนั่ง และฝึกเดินด้วย Walker หรือไม้เท้า
สิ่งสำคัญคือไม่ควรฝืนจนปวดมากผิดปกติ เพราะการฟื้นฟูหลังผ่าเข่าต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความปลอดภัยมากกว่าการเร่งผลลัพธ์ หากมีอาการบวมมากขึ้น ปวดรุนแรง เวียนศีรษะ หรือแผลผิดปกติระหว่างฝึก ควรหยุดและปรึกษาทีมรักษาทันที
การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยให้การพักฟื้นหลังผ่าเข่าเป็นไปได้ดีขึ้น โดยอาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่
นอกจากอาหารที่ควรกินแล้ว ควรรู้ด้วยว่าอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้อาการปวดเข่าแย่ลง อ่านต่อได้ที่บทความ >> ปวดเข่าห้ามกินอะไร
การผ่าตัดข้อเข่าเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ปวดเข่าเรื้อรัง เข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น โดยแพทย์จะตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนวางแผนการรักษา ทั้งนี้ หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยควรดูแลแผล ทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ และเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้มั่นใจขึ้น
หากกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในราคาที่เหมาะสม โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
References
Hoffman, M. (2021, June 22). Picture of the Knee. WebMD. https://www.webmd.com/pain-management/knee-pain/picture-of-the-knee
Cleveland Clinic medical professional. (2021, August 09). Osteoarthritis of the Knee. Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/21750-osteoarthritis-knee
เพราะการติดเชื้อในช่องปาก เหงือก ฟัน หรือระบบปัสสาวะ อาจทำให้เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อบริเวณข้อเข่าเทียมได้ จึงควรรักษาให้หายก่อนผ่าตัด
ควรเลือกกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน และควรหลีกเลี่ยงการวิ่ง กระโดด คุกเข่า หรือนั่งยอง ๆ เป็นเวลานาน เพื่อถนอมข้อเข่าเทียม