บทความสุขภาพ

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบเกิดจากอะไร? รู้ทันอาการ วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน

บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 23 กันยายน 2569

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ

ใครที่มีอาการปวดเข่า ฝืดตึง หรือเจ็บเข่าเวลางอ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ” ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ที่ใช้ข้อเข่าอย่างหนักจากการทำงานหรือเล่นกีฬา หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจรุนแรงขึ้น และกระทบต่อการเคลื่อนไหว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบให้มากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณรู้เท่าทัน และรับมือได้อย่างเหมาะสม


Key Takeaways

  • สาเหตุของกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การบาดเจ็บ การใช้งานข้อเข่ามากเกินไป หรือการเสื่อมของกระดูกอ่อนตามวัย 
  • กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบรักษาได้หลายวิธี ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัด โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางรักษาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย 
  • การควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงกด หรือแรงกระแทกต่อข้อเข่า มีส่วนช่วยลดแรงกดที่ข้อเข่า และชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้

สารบัญบทความ


กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบคืออะไร?

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ คือภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเกิดการบาดเจ็บจากการใช้งานหนักเป็นเวลานาน หรือการเสียดสีภายในข้อเข่า รวมถึงการสึกหรอตามช่วงวัย เมื่อเนื้อเยื่อภายในข้อได้รับความเสียหาย ร่างกายจึงตอบสนองด้วยกระบวนการอักเสบ โดยมีการลำเลียงเลือดและเซลล์เม็ดเลือดขาวมายังบริเวณข้อเข่า ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์อักเสบ และกระตุ้นให้เยื่อบุข้อเข่าสร้างของเหลวภายในข้อมากขึ้น ส่งผลให้ข้อเข่าบวมแดง ปวด หรือรู้สึกตึง ทำให้เคลื่อนไหวข้อเข่าไม่สะดวก 

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบต่างจากข้อเข่าเสื่อมอย่างไร?

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบมักเกิดจากการบาดเจ็บ การใช้งานข้อเข่ามากเกินไป หรือการเสียดสีภายในข้อ ทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือตึงบริเวณเข่า ส่วนข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อค่อย ๆ เสื่อมและบางลง ส่งผลให้ข้อฝืด ปวดเข่าและเคลื่อนไหวลำบากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม หากกระดูกอ่อนข้อเข่าเกิดการอักเสบซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ก็อาจพัฒนาไปเป็นข้อเข่าเสื่อมในระยะยาวได้


สาเหตุของกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ มีอะไรบ้าง?

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ 

  • อายุที่มากขึ้น : ทำให้กระดูกอ่อนเกิดการเสื่อม และบางลงตามธรรมชาติ จึงอาจทำให้เกิดอาการเข่าอักเสบ หรือนั่งแล้วปวดเข่า
  • ใช้งานข้อเข่ามากเกินไป : เช่น เดิน ยืนนาน การนั่งยอง ๆ หรือเดินขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ
  • น้ำหนักตัวมากเกินไป : ทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงกดมากขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้ออักเสบ
  • บาดเจ็บบริเวณข้อเข่า : เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ การหกล้ม หรือการบิดเข่าอย่างรุนแรง อาจทำให้ลูกสะบ้าหัวเข่า กระดูกอ่อน และเอ็นข้อเข่าได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บเข่าเวลางอ หรืออาจทำให้เกิดเอ็นเข่าอักเสบ
  • ความผิดปกติของแนวข้อเข่า: เช่น ขาโก่ง หรือขาเอียง ส่งผลให้แรงที่กระจายภายในข้อเข่าไม่สมดุล
  • โรคที่เกี่ยวกับข้ออักเสบ : เช่น โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคเกาต์

สัญญาณและอาการที่บ่งบอกว่ากระดูกอ่อนข้อเข่ากำลังอักเสบ

  • เสียวแปลบในข้อเข่า โดยเฉพาะเวลางอเข่ามาก ๆ
  • เริ่มมีอาการปวดข้อเข่า โดยเฉพาะเวลาเดินขึ้นลงบันได นั่งยอง ๆ นั่งพับเพียบ หรือออกกำลังกาย
  • มีอาการข้อเข่าติด หรือรู้สึกฝืดตึงที่ข้อเข่า ในช่วงหลังตื่นนอน 
  • มีเสียงกรอบแกรบในข้อเข่า
  • ข้อเข่าอักเสบ บวม แดง และร้อน
  • ขยับข้อเข่าได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถงอหรือเหยียดเข่าให้ตรงสุดได้
  • ปวดเข่าตลอดเวลา จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ?

แม้ว่ากระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ยังมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่

  • ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า เช่น เอ็นเข่าฉีก กระดูกหัก หรืออุบัติเหตุที่ส่งผลต่อข้อเข่า
  • ผู้ที่ใช้ข้อเข่าหนักในชีวิตประจำวัน เช่น ยกของหนัก หรือขึ้นลงบันไดบ่อย
  • นักกีฬาที่มีการกระแทกหรือใช้ข้อเข่าหนัก เช่น นักยกน้ำหนัก ฟุตบอล และบาสเกตบอล
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ข้อเข่าอักเสบ เช่น โรคข้อเสื่อม โรคเกาต์ หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

แนวทางการรักษากระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ

การรักษากระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบมีหลายวิธี ทั้งการรักษาแบบไม่ผ่าตัด การทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัด โดยแพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุ และความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะใช้วิธีการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เน้นบรรเทาอาการปวด และลดการอักเสบ โดยแนวทางการรักษาที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่

  • การรับประทานยา : แพทย์อาจพิจารณาให้ยาบรรเทาอาการปวด หรือยาลดการอักเสบ เพื่อช่วยลดอาการปวด บวม และการอักเสบของข้อเข่า
  • การฉีดยา: เช่น การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า หรือบริเวณที่มีการอักเสบ สามารถช่วยลดการอักเสบ และบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การฉีดน้ำหล่อลื่นผิวข้อเข่า : เป็นการฉีดสารหล่อลื่น (Hyaluronic Acid) เข้าไปในข้อเข่า เพื่อช่วยลดการเสียดสีของผิวข้อ และบรรเทาอาการปวด

การรักษาแบบกายภาพบำบัด

กายภาพบำบัดเป็นการรักษาที่เน้นฟื้นฟูการทำงานของข้อเข่า ลดอาการปวด และการอักเสบ รวมถึงช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น โดยอาจใช้วิธีต่าง ๆ เช่น การดัดดึงข้อต่อ การทำอัลตราซาวนด์ การใช้เลเซอร์รักษา รวมถึงการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา

การรักษาแบบผ่าตัด

สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามความเหมาะสม โดยประเมินจากอาการ สภาพข้อเข่า และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

  • การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่า (Arthroscopic Surgery) : ใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็กเข้าสู่ภายในข้อเข่า เพื่อให้แพทย์ตรวจดูความผิดปกติของโครงสร้างภายในข้อ ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหา เอ็นข้อเข่าบาดเจ็บ กระดูกอ่อนเสียหาย หรือหมอนรองเข่าฉีก เป็นต้น
  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Knee Arthroplasty) : เป็นการทดแทนผิวข้อเข่าที่เสียหายด้วยข้อเข่าเทียม เพื่อช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูการเคลื่อนไหว เหมาะสำหรับผู้ที่ข้อเข่าเสื่อมรุนแรง หรือมีอาการปวดเรื้อรัง โดยแพทย์จะพิจารณาการผ่าข้อเข่าเทียมทั้งแบบเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด หรือบางส่วน ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหาย 

วิธีดูแลและป้องกันไม่ให้กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบกลับมาเป็นซ้ำ

การดูแลข้อเข่าในชีวิตประจำวันควรเน้นลดแรงกด และการใช้งานข้อเข่าที่มากเกินไป ควบคู่กับการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดอาการปวด หรืออักเสบซ้ำ โดยสามารถดูแลตัวเองได้ดังนี้ 

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดต่อข้อเข่า การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม และดูแลน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดภาระของข้อเข่าได้
  • เลือกทำกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ และควรหลีกเลี่ยงการวิ่ง กระโดด หรือกิจกรรมที่ทำให้ปวดเข่ามากขึ้น
  • ปรับท่าทางและการใช้งานข้อเข่า หลีกเลี่ยงการงอเข่าลึก หรืองอเข่าเป็นเวลานาน เช่น นั่งยอง นั่งคุกเข่า หรือนั่งพับเพียบ รวมถึงระมัดระวังขณะลุกนั่ง และขึ้นลงบันได 
  • การออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขา และสะโพกเป็นประจำ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุง และควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ตัวอย่างท่าที่สามารถทำได้ ได้แก่
    • Wall Squat : วิธีการทำให้ยืนพิงกำแพง แยกเท้ากว้างประมาณช่วงไหล่ แล้วค่อย ๆ ย่อตัวลงจนเข่างอประมาณ 45 องศา ค้างไว้ 5 วินาที ก่อนกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำ 10-15 ครั้ง จำนวน 3 เซต
    • Quadriceps Contraction : วิธีการทำให้นอนเหยียดขา วางผ้าขนหนูม้วนรองใต้เข่า จากนั้นยกเท้าขึ้นเหยียดเข่าให้ตรงเกร็งกล้ามเนื้อต้นขา ค้างไว้ 5 วินาที แล้วผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำ 10-15 ครั้ง จำนวน 3 เซต
    • External Hip Rotation (Clam) : วิธีการทำให้นอนตะแคง งอเข่า โดยขยับสะโพก เข่า และข้อเท้าวางซ้อนกัน จากนั้นเปิดเข่าด้านบนขึ้น โดยไม่บิดลำตัวไปด้านหลัง ค้างไว้ 5 วินาที แล้วลดลง ทำ 10-15 ครั้ง จำนวน 3 เซต

กระดูกอ่อน ข้อเข่าอักเสบ รู้เท่าทันอาการ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ Samitivej Chinatown

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้น การใช้งานข้อเข่าหนักซ้ำ ๆ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุที่ส่งผลต่อข้อเข่า ดังนั้น หากมีอาการข้อเข่าอักเสบ เช่น ปวด บวม จนเคลื่อนไหวไม่สะดวก ควรเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเพื่อประเมินอาการ และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อลดความรุนแรงของอาการและชะลอการเสื่อมของข้อเข่า

หากมีอาการปวด บวม บริเวณข้อเข่า และสงสัยว่าอาจเกิดจากกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ โรงพยาบาล Samitivej Chinatown พร้อมให้บริการตรวจ MRI เข่าเพื่อค้นหาความผิดปกติภายในข้อเข่า ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ พร้อมวางแผนการรักษาให้เหมาะสม รวมถึงให้คำแนะนำในการดูแลข้อเข่า เช่น ปวดเข่าห้ามกินอะไร เพื่อให้ผู้ป่วยดูแลข้อเข่าได้อย่างเหมาะสม และกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวอีกครั้ง

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


คำถามที่พบบ่อย

กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ ใช้เวลากี่วันถึงจะหาย?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ หากอาการไม่รุนแรงอาจดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่ถ้ากระดูกอ่อนสึกหรอมาก อาจต้องใช้เวลารักษาหลายเดือน และไม่สามารถหายเองได้ จึงควรพบแพทย์ เพื่อประเมินอาการ และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง

กระดูกอ่อนข้อเข่าที่สึกหรอ สามารถซ่อมแซมตัวเองได้หรือไม่?

กระดูกอ่อนข้อเข่าที่สึกหรอไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ เนื่องจากไม่มีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยง ร่างกายจึงไม่สามารถลำเลียงโปรตีนหรือสารอาหารเข้าไปสร้างเซลล์ใหม่ เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่สึกหรอได้ 

เส้นเอ็นข้อเข่าอักเสบ กับ กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ ต่างกันอย่างไร?

เส้นเอ็นข้อเข่าอักเสบเกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อที่ยึดระหว่างกล้ามเนื้อและกระดูกบริเวณหัวเข่า จึงมักมีอาการปวดมากขณะเคลื่อนไหว และขยับหัวเข่าได้ลำบาก ส่วนกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบเกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนภายในข้อ และมักมีอาการปวด บวม หรือรู้สึกตึงที่ข้อเข่า

มีอาการกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ ควรกินยาอะไรบรรเทาปวดเบื้องต้น

อาการกระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ สามารถบรรเทาอาการปวดเบื้องต้นได้ด้วยยาพาราเซตามอล หรือยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา


Reference

Johns Hopkins Medicine. (n.d.). Knee arthritis. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/knee-arthritis

Harrogate Knee Clinic. (n.d.). Knee cartilage injury treatment. https://harrogatekneeclinic.com/knee-cartilage-injury-treatment/

Hunter Sports & Joint Replacement. (n.d.). Knee cartilage injuries & chondral damage. https://huntersportsandjointreplacement.com.au/cartilage-injuries-defects-chondral-lesions

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ