บทความสุขภาพ

ITB Syndrome คืออะไร? อาการบาดเจ็บที่นักวิ่งควรระวัง

บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 23 กันยายน 2569

ITB Syndrome คือ

ITB คืออาการเจ็บป่วยที่นักวิ่ง นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ซึ่งมักมีอาการปวดเข่าขณะวิ่ง หรือมีการเคลื่อนไหวเข่าซ้ำ ๆ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจกระทบต่อการเล่นกีฬา หรือการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้ ในบทความนี้จะพาทำความรู้จักว่าจริง ๆ แล้ว ITB คืออะไร เกิดจากสาเหตุอะไร หรือลักษณะอาการนั้นเป็นแบบไหน รวมถึงแนวทางดูแลและรักษาที่เหมาะสม 


Key Takeaways

  • ITB คือภาวะที่ทำให้ปวดบริเวณด้านนอกของเข่า มักพบในนักวิ่ง นักปั่นจักรยาน และผู้ที่ต้องงอเหยียดเข่าซ้ำ ๆ
  • อาการสำคัญของ ITB ได้แก่ อาการปวดบริเวณด้านนอกเข่า รู้สึกตึงช่วงสะโพก ต้นขา เข่า ซึ่งอาการมักรุนแรงเมื่อวิ่งหรือออกกำลังกายที่ใช้เข่า 
  • การพักทำกิจกรรมอย่างเพียงพอ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ สามารถช่วยบรรเทาอาการและลดโอกาสการเป็นซ้ำได้ 
  • หากมีอาการปวดต่อเนื่องเกิน 1-2 สัปดาห์ หรืออาการรบกวนการใช้ชีวิต ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

สารบัญบทความ


ITB Syndrome (เอ็นต้นขาด้านนอกอักเสบ) คืออะไร ทำไมนักวิ่งต้องระวัง?

ITB คือ

Iliotibial Band Syndrome หรือ ITB คือภาวะที่ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณด้านนอกของเข่า โดยเกี่ยวข้องกับ Iliotibial Band (ITB) หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่วางตัวตั้งแต่ช่วงด้านข้างของสะโพก ไล่ลงมาบริเวณตามต้นขาด้านนอก และยึดเกาะกับบริเวณด้านบนของกระดูกหน้าแข้งใกล้ข้อเข่า ซึ่งบทบาทสำคัญ Iliotibial Band คือการช่วยพยุงและเสริมความมั่นคงให้กับสะโพกและข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว 

เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะงอหรือยืดเหยียดเข่า IT Band เหล่านี้ก็จะเกิดแรงตึงและเสียดสีกับปุ่มกระดูกด้านนอกของกระดูกต้นขา (Lateral Femoral Epicondyle) ที่อยู่บริเวณด้านนอกของเข่ามากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเสียดสีซ้ำ ๆ อักเสบ และนำไปสู่อาการปวดเข่าหรือรู้สึกปวดต้นขาด้านนอกได้ในที่สุด 

กลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะ ITB Syndrome คือนักวิ่ง นักปั่นจักรยาน ที่มักต้องใช้ข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาการอาจเจ็บมากขึ้นเมื่อต้องก้าวยาว ๆ วิ่งลงเนินหรือพื้นที่ที่ไม่เรียบ และอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายไม่ได้รับการพักฟื้นหรือมีการเพิ่มความหนักของการฝึกอย่างรวดเร็ว

ITB Syndrome ต่างจากอาการเอ็นไขว้หน้าขาดหรือไม่ ศึกษาข้อมูลอาการเอ็นไขว้หน้าขาดได้ที่: เอ็นไขว้หน้าขาด


สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของ ITB Syndrome มีอะไรบ้าง?

ITB คือแถบเนื้อเยื่อที่พยุงสะโพกและข้อเข่า เมื่อเกิดการเสียดสีซ้ำ ๆ จึงทำให้เกิดอาการอักเสบและเจ็บปวดตามมา โดยสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของ IT Band Syndrome นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะประเภทกีฬาหรือระยะเวลาในการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับรูปแบบการฝึก ลักษณะการเคลื่อนไหว และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เช่น

  • กีฬาที่มีการใช้งานข้อเข่าซ้ำ ๆ เช่น วิ่งระยะไกล ปั่นจักรยาน เล่นสกี พายเรือ ฟุตบอล บาสเกตบอล ฮอกกี้
  • รูปแบบการฝึกหรือเล่นกีฬาไม่เหมาะสม เช่น ก่อนออกกำลังกายมีการยืดกล้ามเนื้อหรืออบอุ่นร่างกายไม่เพียงพอ ออกกำลังกายหนักเกินไปหรือเป็นเวลานานเกินไป ไม่มีการพักระหว่างฝึกหรือมีระยะเวลาในการพักไม่เพียงพอ 
  • ออกกำลังกายบนพื้นที่มีความลาดเอียง ทำให้เกิดแรงกดหรือเจ็บ ITB มากขึ้น เช่น วิ่งบนที่ลาดเอียง วิ่งลงเนิน วิ่งตามไหล่ทางถนน
  • เลือกใช้อุปกรณ์หรือรองเท้าไม่เหมาะกับกิจกรรม ซึ่งส่งผลต่อการลงน้ำหนักและการเคลื่อนไหว
  • ลักษณะการเคลื่อนไหวของขาและเท้า เช่น เท้าหรือข้อเท้าหมุนเข้าด้านใน ทำให้เพิ่มแรงกดต่อ ITB มากขึ้น
  • ลักษณะทางกายภาพบางประการ ที่เพิ่มภาระต่อ ITB เช่น กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว สะโพก หรือก้นไม่แข็งแรง มีลักษณะขาโก่ง มีภาวะข้อเข่าเข่าเสื่อม หรือแม้แต่ขาทั้งสองข้าวมีความยาวที่ไม่เท่ากัน

วิ่งหักโหม ปั่นจักรยานบ่อย อาจเสี่ยงหมอนรองเข่าฉีกได้เช่นกัน ศึกษาอาการหมอนรองเข่าฉีกเพิ่มเติมได้ที่ : หมอนรองเข่าฉีก


อาการของ ITB Syndrome เป็นแบบไหน?

อาการ ITB Syndrome

ITB Syndrome หรือ ITB คือภาวะที่มักทำให้เกิดอาการปวดบริเวณด้านนอกของข้อเข่า โดยอาการมักสัมพันธ์กับการใช้งานข้อเข่าซ้ำ ๆ และอาจเริ่มชัดเจนระหว่างการวิ่งหรือออกกำลังกาย ซึ่งอาการที่พบได้มีดังนี้

  • รู้สึกปวดบริเวณด้านนอกของเข่า บางรายอาจลามไปจนถึงแนวต้นขาและสะโพก 
  • ปวดบริเวณเข่ามากขึ้นขณะวิ่ง ออกกำลังกาย หรือเวลาอบอุ่นร่างกายแล้วต้องยืดเหยียดข้อเข่า
  • รู้สึกตึง แสบร้อนบริเวณด้านนอกของเข่า ในบางรายอาจมีอาการบวมแดง 
  • รู้สึกว่ามีเสียงคลิก ป๊อป หรือคล้ายอะไรครูดกันอยู่ในเข่า โดยเฉพาะเวลางอหรือยืดเหยียดเข่า 
  • กดบริเวณด้านนอกเข่าแล้วรู้สึกเจ็บจนสะดุ้ง เนื่องจาก Iliotibial Band Syndrome คือภาวะที่สัมพันธ์กับปุ่มกระดูกบริเวณด้านนอกของกระดูกต้นขา 
  • อาการทุเลาลงเมื่อหยุดพัก แต่กลับมารู้สึกปวด ตึงบริเวณเข่าอีกครั้งเมื่อออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ออกแรงที่เข่า

การสังเกตตำแหน่งและลักษณะของความเจ็บของ ITB Syndrome คือขั้นตอนสำคัญ เนื่องจากอาการบริเวณเข่าหรือต้นขาอาจเกิดจากภาวะอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้ เช่น เอ็นต้นขาด้านในอักเสบ หรือ กล้ามเนื้อขาอักเสบ อาการที่เจอมักปวดตึงหรือกดเจ็บตามแนวกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง การประเมินโดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจึงมีส่วนช่วยในการระบุสาเหตุและวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม


เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เฉพาะทางหรือนักกายภาพบำบัด? เช็กสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยไว้

ITB คือภาวะที่ทุเลาลงเองได้เมื่อหยุดพักทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่บางลักษณะอาการอาจต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อยืนยันสาเหตุและแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสม เช่น 

  • มีอาการปวดต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อปวดเป็นเวลานานกว่า 1-2 สัปดาห์ แม้ว่าจะมีการพักทำกิจกรรม ได้รับการประคบเย็น หรือดูแลเบื้องต้นแล้ว 
  • อาการปวดกลับมาเป็นซ้ำ แม้พักจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมาสักระยะแล้วก็ตาม
  • มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เข่าบวม กดบริเวณเข่าแล้วเจ็บมาก ข้อเข่าติดขัดหรือล็อกจนเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก 
  • อาการที่เป็นอยู่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการออกกำลังกาย เช่น เดินขึ้นลงบันไดหรือทางต่างระดับได้ลำบาก ไม่สามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้ตามปกติ 

การวินิจฉัยอาการ ITB Syndrome มีขั้นตอนอย่างไร?

การวินิจฉัย ITBS คืออีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพเข่าได้อย่างเหมาะสม โดยมีแนวทางหรือขั้นตอน ดังนี้ 

  • ซักประวัติเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นประวัติสุขภาพ ประวัติการออกกำลังกาย และประวัติของอาการบาดเจ็บที่เป็นอยู่ 
  • ตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะประเมินบริเวณด้านนอกของเข่า ตรวจการกดเจ็บ หรือพิจารณาจากลักษณะการเคลื่อนไหวของข้อเข่า สะโพก และต้นขา 
  • ตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยภาพทางการแพทย์ เช่น การทำ MRI เข่า หรืออัลตราซาวนด์เพื่อดูการทำงาน การเคลื่อนไหวของข้อเข่า เพื่อแยกออกจากภาวะอื่นที่อาจมีอาการใกล้เคียงกัน

แนวทางการรักษาและฟื้นฟู ITB Syndrome มีอะไรบ้าง?

รักษา ITB Syndrome

เป้าหมายการรักษา ITB คือช่วยให้อาการเจ็บปวดทุเลาลง สามารถกลับมาใช้ข้อเข่าได้ตามปกติอีกครั้ง ซึ่งหากต้องการรักษา ITB ให้หายขาด ควรได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ โดยแนวทางการรักษาและฟื้นฟู ITB มีหลายวิธี ดังนี้

  • พักทำกิจกรรม หรือปรับลักษณะการทำกิจกรรม การออกกำลังกายให้เหมาะสม เพื่อให้ข้อเข่าได้พักมากที่สุด
  • ประคบเย็น โดยประคบบริเวณด้านนอกของเข่า เพื่อบรรเทาอาการปวดบวม 
  • ใช้ยาบรรเทาอาการปวด เช่น ยาในกลุ่ม NSAIDs เพื่อบรรเทาอาการปวดตึงบริเวณเข่า ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร
  • กายภาพบำบัด เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณสะโพก ต้นขา แกนกลางลำตัว และเข่า รวมถึงมีการปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกายให้เหมาะสม
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด โดยเฉพาะการใช้โฟมโรลเลอร์ (Foam Roller) นวดบริเวณด้านนอกต้นขา ทั้งนี้ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง 
  • เลือกใส่รองเท้าหรือใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงเท้า ที่เหมาะกับรูปแบบการเคลื่อนไหวและการลงน้ำหนักของแต่ละบุคคล เพื่อลดแรงตึง แรงกดให้กับ ITB 
  • การฉีดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteriod) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการต่อเนื่องและไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น โดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแนวทางการรักษาอาการบาดเจ็บ ITB คือ การผ่าตัด ซึ่งจะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีอาการเรื้อรัง ซึ่งจะได้รับการประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดข้อเข่า เปลี่ยนข้อเข่า ได้ที่: ผ่าข้อเข่าเทียม

วิธียืดกล้ามเนื้อสำหรับผู้ป่วย ITB Syndrome

การทำ ITB Stretching หรือท่ายืด ITB สำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บนี้เป็นหนึ่งในแนวทางการฟื้นฟูที่เป็นที่นิยม เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและช่วงการเคลื่อนไหวช่วงสะโพก ก้น ต้นขา หรือเข่าดีมากยิ่งขึ้น โดยการยืด ITB ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเพิ่มมากขึ้น ท่าที่ฝึกได้มีดังนี้

  • ท่ายืนไขว้ขา ยืดกล้ามเนื้อด้านนอกสะโพกและต้นขา (Standing IT Band Stretch)
    ยืนตัวตรง แล้วไขว้ขาขวาไปด้านหน้าขาซ้ายบริเวณข้อเท้า จากนั้นยกแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ แล้วค่อย ๆ เอนลำตัวไปทางขวา จนรู้สึกตึงบริเวณด้านนอกของสะโพกและต้นขาซ้าย ค้างไว้ประมาณ 20–30 วินาที แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น จากนั้นสลับทำอีกข้าง โดยทำประมาณ 3–5 รอบ
  • ท่านั่งบิดตัว ยืดกล้ามเนื้อสะโพกและก้น (Seated Cross-over Twist)
    นั่งบนพื้นและเหยียดขาทั้งสองข้างไปด้านหน้า งอเข่าขวาแล้ววางเท้าขวาไว้ด้านนอกเข่าซ้าย ใช้มือซ้ายประคองเข่าขวา จากนั้นค่อย ๆ หมุนลำตัวและศีรษะไปทางขวา โดยให้ก้นยังวางอยู่กับพื้น หายใจตามปกติและค้างท่าไว้ประมาณ 30–45 วินาที แล้วสลับทำอีกข้าง
  • ท่านอนดึงขาเข้าหาลำตัว ยืดกล้ามเนื้อก้น (Pigeon Pose)
    นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้างและวางเท้าบนพื้น ยกขาขวาขึ้นแล้ววางข้อเท้าขวาบนต้นขาซ้าย ให้ขาทั้งสองข้างมีลักษณะคล้ายเลข 4 ใช้มือจับด้านหลังต้นขาซ้ายและค่อย ๆ ดึงเข้าหาลำตัว พร้อมใช้ศอกขวาดันต้นขาขวาออกเล็กน้อย ค้างไว้ประมาณ 30–45 วินาที แล้วสลับทำอีกข้าง
  • ท่านอนหงายไขว้ขา ยืดกล้ามเนื้อด้านนอกต้นขา (Supine IT Band Cross-over)
    นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองข้าง ใช้สายโยคะหรือผ้าขนหนูคล้องบริเวณฝ่าเท้าขวา จากนั้นเหยียดขาขวาขึ้นด้านบนให้เข่าตรง แล้วค่อย ๆ เคลื่อนขาไปทางด้านซ้าย โดยให้สะโพกยังวางราบกับพื้น ค้างไว้ประมาณ 20–30 วินาที แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้นและสลับทำอีกข้าง

ITB คืออาการปวดเข่าด้านนอก สามารถดูแลอย่างเหมาะได้ที่ Samitivej Chinatown 

ITB คือภาวะที่ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณด้านนอกของข้อเข่า โดยมักสัมพันธ์กับการใช้งานขาและข้อเข่าซ้ำ ๆ โดยเฉพาะการวิ่งและการปั่นจักรยาน การสังเกตตำแหน่งและลักษณะอาการตั้งแต่ระยะแรก รวมถึงการปรับกิจกรรมและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม มีส่วนช่วยลดอาการและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้

หากมีอาการปวดเข่าด้านนอกและสงสัยว่าอาจเป็น ITB โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ คอยให้การประเมิน วินิจฉัย และวางแผนการดูแลตามลักษณะอาการของแต่ละบุคคล พร้อมด้วยนักกายภาพบำบัดที่พร้อมให้คำแนะนำในการฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหวเพื่อให้กลับมาออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้อย่างคล่องตัวอีกครั้ง 

ช่องทางติดต่อ


คำถามที่พบบ่อย

วิ่งยังไงไม่ให้เจ็บ ITB

ควรเริ่มจากการอบอุ่นร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนวิ่งให้เหมาะสม และระหว่างวิ่งควรปรับรูปแบบการวิ่งอย่างค่อยเป็นไปค่อยไป หรือมีการพักระหว่างทางอย่างเพียงพอ รวมถึงเลี่ยงการวิ่งลงเนินหรือบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ 

ITB Syndrome กี่วันหาย

โดยทั่วไปแล้ว หลังรักษาอย่างเหมาะสม อาการจะดีขึ้นใน 4-8 สัปดาห์ ทั้งนี้ ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

ITB Syndrome ต่างจากภาวะเข่าเสื่อมหรือหมอนรองเข่าฉีกอย่างไร

ITB Syndrome มักมีอาการปวดบริเวณด้านนอกเข่า ขณะที่ภาวะเข่าเสื่อมหรือหมอนรองเข่าฉีกมักมีอาการปวด ฝืด เข่าติดขัดร่วมด้วย 

คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำมีโอกาสเป็น ITB Syndrome ได้หรือไม่

มีโอกาส หากมีกิจกรรมที่ต้องงอหรือเหยียดข้อเข่าซ้ำ ๆ เป็นประจำ รวมถึงผู้ที่มีความผิดปกติทางร่างกาย เช่น เท้าหรือข้อเท้างอเข้าหากัน ขาโก่ง ที่อาจเพิ่มแรงกดต่อ ITB ขณะเคลื่อนไหวร่างกายได้


Reference

Iliotibial band syndrome (ITBS): Causes, symptoms & treatment. (2021, October 19). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/21967-iliotibial-band-syndrome

Iliotibial band syndrome. (2024). Johns Hopkins Medicine. https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/iliotibial-band-syndrome

Key, A. P. (2023, December 25). Iliotibial (IT) band syndrome: Causes, symptoms, treatment. WebMD. https://www.webmd.com/pain-management/it-band-syndrome

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ