บทความสุขภาพ

ผ่าตัดเข่า เปลี่ยนข้อเข่า ผ่าข้อเข่าเทียม ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์

บทความโดย: วันที่อัพเดท: 14 กรกฎาคม 2569

ผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม

การผ่าเข่าเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นหนึ่งในวิธีรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดเข่ามาก เดินลำบาก ข้อเข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หากปล่อยไว้นาน ข้อเข่าอาจเสื่อมมากขึ้นจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าพบแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสม และลดความเสี่ยงของอาการทรุดลงในระยะยาว

โดยทั่วไป การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) รุนแรง ปวดเข่าเรื้อรัง เข่าโก่ง งอหรือเหยียดเข่าได้ไม่สุด รวมถึงผู้ที่อาการปวดส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน เช่น เดินขึ้นลงบันไดลำบาก นั่งแล้วลุกยาก หรือปวดแม้ในขณะพัก


KEY TAKEAWAY

  • การผ่าเข่าเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดนำผิวข้อเข่าที่เสื่อมหรือเสียหายออก แล้วใส่วัสดุข้อเข่าเทียมเข้าไปแทน เพื่อลดอาการปวดและทำให้เคลื่อนไหวดีขึ้น
  • การผ่าตัดหัวเข่ามักเหมาะกับผู้ที่ข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ปวดเรื้อรัง เข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการฉีดยาแล้วไม่ได้ผล
  • ข้อเข่าเทียมมีทั้งแบบเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด (Total Knee Replacement) และแบบเปลี่ยนเฉพาะฝั่ง (Unicompartmental Knee Replacement)
  • การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจฟัน และจัดบ้านให้ปลอดภัย เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงหลังผ่าตัด
  • หลังผ่าเข่า ผู้ป่วยควรทำกายภาพบำบัด ฝึกบริหารกล้ามเนื้อ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกข้อเข่าสูง เพื่อช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีและยืดอายุข้อเข่าเทียม

สารบัญบทความ


การผ่าเข่าเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคืออะไร?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนหรือซ่อมแซมส่วนของข้อต่อที่เสียหายจากอุบัติเหตุ หรือโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เพื่อรักษาอาการปวดและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น โดยปัจจุบันข้อเข่าเทียมทำจากวัสดุที่มีความคงทน ได้มาตรฐานทางการแพทย์ เช่น โลหะผสมไทเทเนียมและโคบอลต์โครเมียม และระหว่างผิวข้อเทียมจะใส่พลาสติกชนิดพิเศษที่เรียกว่าโพลีเอทิลีน (polyethylene) เพื่อช่วยลดแรงเสียดทาน เพิ่มความยืดหยุ่นในการเคลื่อนไหว


ทำไมถึงต้องผ่าตัดหัวเข่า?

อาการปวดเข่าที่เกิดจากภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือข้อต่อบาดเจ็บเรื้อรัง อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยวิธีทั่วไป การผ่าตัดหัวเปลี่ยนข้อเข่าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อมมีดังนี้

  • ข้อเข่าเสื่อม : เป็นภาวะที่เกิดจากการใช้งานข้อเข่ามาเป็นระยะเวลานาน ทำให้กระดูกอ่อนที่ห่อหุ้มผิวข้อสึกหรอ จนเกิดอาการเจ็บปวดและข้อติดขัด
  • ข้ออักเสบจากอุบัติเหตุ : การบาดเจ็บข้อเข่าที่รุนแรงจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ อาจทำให้เกิดความเสียหายถาวรต่อข้อเข่า ซึ่งการผ่าเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้
  • ข้ออักเสบเรื้อรัง : โรคข้ออักเสบ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ทำให้เข่าบวมแดง และกระดูกถูกทำลาย จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อมเพื่อเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีกี่แบบ?

ผ่าตัดหัวเข่า

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในปัจจุบันแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ (Total Knee Replacement) คือการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าทุกส่วน เหมาะกับข้อเข่าที่เสียหายและมีรอยโรคอยู่มาก เนื่องจากเป็นการผ่าที่แก้ได้ทุกความผิดปกติของข้อ นอกจากการผ่านี้จะช่วยรักษาอาการอักเสบของข้อแล้ว ยังสามารถทำให้ข้อเข่าที่ผิดรูปกลับมาตรงตามแบบที่ควร ไม่โก่งงอ ป้องกันการเสื่อมของข้อเข่าส่วนที่เหลือในอนาคต ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อจะเป็นผู้ป่วยที่มีอายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป

2. การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมเฉพาะฝั่ง

การผ่าตัดข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วน (Unicompartmental Knee Replacement) เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าบางส่วน โรคข้อเข่าเสื่อมในบางผู้ป่วย อาการเสียหายจะจำกัดอยู่บริเวณบางส่วนโดยมักจะเริ่มที่บริเวณด้านในของข้อเข่า มีผู้ป่วยส่วนน้อยที่การเสื่อมของข้อเข่าจะเริ่มที่ผิวกระดูกด้านนอก อาจทำให้ขาโก่งเข้าด้านในได้

การผ่าข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วนโดยเก็บผิวข้อเข่าส่วนที่ดีไว้ จะมีขนาดเล็กกว่า การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ

จะน้อยกว่าเปลี่ยนทั้งข้อเข่า รวมถึงขนาดแผลเล็กกว่า เจ็บน้อยกว่า อีกทั้งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนยังใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนทั้งข้อเข่าด้วย 


ประโยชน์ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อม

  • ป้องกันอาการเสื่อมหรืออักเสบที่อาจทรุดตัวในระยะยาวและทำลายข้อต่อเพิ่ม
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากกระดูกข้อเสื่อม เช่น กระดูกสันหลังเสื่อม หรือข้อเสื่อมในบริเวณอื่น
  • ป้องกันการทรุดของกระดูกที่อาจทำให้ขามีลักษณะโก่งงอจากการกระจายน้ำหนักตัวได้ไม่ดี
  • ป้องกันการกระจายตัวของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียในบริเวณข้อต่อ
  • ช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายสะดวกขึ้น เนื่องจากหลังเปลี่ยนข้อเข่าแล้วกลับมาใช้งานได้ปกติ

คนกลุ่มไหนที่ควรผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อม?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม เปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น โดยแพทย์อาจพิจารณาให้คนในกลุ่มต่อไปนี้เข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า

  • ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่าอย่างรุนแรง ปวดขาตอนกลางคืน และเรื้อรังจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่มีอาการข้อเข่าติดขัด งอหรือเหยียดเข่าลำบาก 
  • ผู้ที่มีอาการข้อเข่าผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด
  • ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ มาแล้ว แต่ไม่เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

การตรวจวินิจฉัยอาการข้อเข่าเสื่อม

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องอาการปวดเข่าที่สงสัยว่าจะเป็นอาการข้อเข่าเสื่อม แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยขั้นตอนมีดังนี้

  • แพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพของผู้ป่วย ทั้งอาการของการปวดข้อ ไปจนถึงความสามารถในการขยับข้อ รวมถึงอาการผิดปกติอื่น ๆ เช่น ข้อเท้าบวม หรืออาการบวมบริเวณขา
  • ผู้ป่วยต้องเข้ารับการตรวจร่างกาย เพื่อตรวจสอบการทำงานของข้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้อ ไปจนถึงอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดเพื่อวินิจฉัยสาเหตุ
  • เอกซเรย์เพื่อดูสภาพกระดูกข้อ
  • ในบางกรณีอาจมี MRI เพื่อดูสภาพของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้อด้วย

การเตรียมตัวก่อนผ่าเข่า ด้วยการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

ก่อนเข้าผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม ผู้ป่วยควรเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการผ่าตัดหัวเข่า รวมไปถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้พร้อมอำนวยความสะดวกหลังการผ่าเข่าด้วย

  • ตรวจร่างกายอย่างละเอียด : ทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ และตรวจร่างกายโดยแพทย์อายุรกรรม
  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด : โดยเฉพาะยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน ยาแก้อักเสบบางตัว รวมถึงสมุนไพรและวิตามินบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง : รักษาอาการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อของฟันหรือเหงือก การติดเชื้อในระบบปัสสาวะ ให้หายดีก่อนการผ่าตัด รวมถึงคอยตรวจสอบผิวบริเวณหัวเข่าและขา หากมีการอักเสบหรือบวมแดง ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม
  • การเตรียมเลือด : ระหว่างผ่าตัดอาจเสียเลือดมาก แนะนำให้ผู้ป่วยบริจาคเลือดของตัวเองเพื่อสำรองไว้ใช้ในการผ่าตัด ซึ่งมักจะทำล่วงหน้า 3-4 สัปดาห์ก่อนวันผ่าตัดจริง

การจัดเตรียมสถานที่รองรับการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

นอกจากการเตรียมตัวเองข้างต้น การจัดการสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเพื่อพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยหลังการผ่าเข่าเสื่อมเองก็เป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากในช่วงแรกผู้ป่วยอาจต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำ ทำอาหาร ซักผ้า ถือของ

  • จัดทางเดินบริเวณที่อยู่อาศัยให้โปร่งสบาย ไม่เสี่ยงต่อการสะดุดล้ม
  • ตรวจสอบความคงทนของราวบันได ไม่มีผุพังหรือโยกคลอน
  • ควรติดตั้งราวจับตามขอบในห้องน้ำและบริเวณส้วมชักโครกเพื่อช่วยในการพยุงตัวและการลุก
  • มีเก้าอี้พลาสติกในห้องน้ำเวลาอาบน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดในระยะแรก โดยจัดแจงห้องต่าง ๆ ให้อยู่ในชั้นเดียวกัน

ขั้นตอนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสื่อม

  • ใช้ยาดมสลบ หรือยาชาที่บริเวณไขสันหลัง เพื่อป้องกันความเจ็บปวดและอำนวยความสะดวกในการผ่าตัด
  • แพทย์ผ่าตัดเปิดแผลบริเวณข้อเข่า ขนาด 8-10 เซนติเมตร เมื่อยาออกฤทธิ์แล้ว 
  • นำผิวกระดูกส่วนที่มีการเสื่อมสภาพออก โดยแต่ละบริเวณอาจมีความหนาที่แตกต่างกัน เช่น กระดูกส่วนต้น ความหนาประมาณไม่เกิน 9-10 มิลลิเมตร กระดูกหน้าแข้ง ไม่เกิน 10 มิลลิเมตร และกระดูกสะบ้า ไม่เกิน 8 มิลลิเมตร
  • จากนั้นฝังวัสดุข้อเข่าเทียมเข้าไปแทนที่บริเวณที่มีการเสื่อมสภาพ
  • ปรับแต่งเส้นเอ็นบริเวณรอบข้อเข่า เพื่อให้มีความตึงที่เหมาะสม ข้อเข่าอยู่แนวตรง ไม่โก่งงอ

ขั้นตอนการผ่าข้อเข่าเสื่อมทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง - 1 ชั่วโมง 15 นาที หลังการผ่าตัดหัวเข่า ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถขยับข้อเข่า หรือใช้งานข้อเข่าได้ทันทีในวันแรก


ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม

หลังผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม มีความเป็นไปค่อนข้างน้อยที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าที่เป็นอันตรายกับผู้ป่วย ภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดได้ ได้แก่อาการดังต่อไปนี้

  • เลือดคั่งบริเวณที่ผ่า สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเพื่อนำก้อนเลือดออก
  • แผลผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอาจแยกหรือฉีกขาด
  • ข้อเข่าไม่มั่นคง
  • การติดเชื้อ มีความเป็นไปได้อยู่ประมาณ 2%
  • ภาวะแทรกซ้อนด้านหัวใจ เกิดได้จากการเสียเลือดและการให้เลือดจำนวนมาก อาจส่งผลให้หัวใจทำงานหนักจนเกิดภาวะหัวใจวาย
  • ภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว แต่ป้องกันได้โดยเริ่มขยับขาสองข้างให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ รวมถึงใช้ยาป้องกันการอุดตันโดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มให้ยาวันที่ 1-2 หลังการผ่าตัดยาวประมาณ 1-2 สัปดาห์

ข้อปฏิบัติหลังผ่าข้อเข่าเสื่อม

  • ประคบเจลเย็นบริเวณแผลผ่าตัดเข่าเสื่อมได้ตามความต้องการ
  • ใช้หมอนหนุนขาข้างที่ผ่า ยกปลายเท้าให้สูงขึ้นเพื่อลดอาการบวม และขยับปลายเท้าขึ้นลงเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การฝึกงอและเหยียดขา ไปจนถึงการฝึกยืนลงน้ำหนัก
  • ระมัดระวังการเข้าห้องน้ำโดยเฉพาะในการนั่งชักโครก
  • พยายามฝึกการเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยพยุงเดิน หากผู้ป่วยสามารถเดินด้วยเครื่องช่วยพยุงได้ดี มั่นคง สามารถกลับบ้านได้ตามดุลพินิจของแพทย์ มักเป็นระยะเวลา 5-10 วันหลังผ่าตัดหัวเข่า
  • เมื่อกลับบ้านได้แล้ว คนไข้ต้องบริหารข้อให้สม่ำเสมอเป็นกิจจะลักษณะ โดยปกติจะสามารถเดินด้วยไม้เท้าได้ 6 สัปดาห์หลังการผ่า และขับรถได้ 7-8 สัปดาห์หลังการผ่าหัวเข่า

การฝึกบริหารกล้ามหลังผ่าตัดทำอย่างไร?

การฝึกบริหารกล้ามเนื้อหลังผ่าข้อเข่าเสื่อมเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมาเคลื่อนไหวได้ดี ลดอาการข้อยึด และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่า โดยควรฝึกตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเป็นหลัก

ในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจเริ่มจากท่าง่าย ๆ เช่น กระดกข้อเท้าขึ้นลงเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าโดยกดเข่าลงกับเตียง ค้างไว้สั้น ๆ แล้วคลายออก หรือฝึกเหยียดเข่าให้ตรงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่ออาการดีขึ้น แพทย์อาจให้ฝึกงอเข่า ฝึกยกขาตรง ฝึกลุกนั่ง และฝึกเดินด้วย Walker หรือไม้เท้า

สิ่งสำคัญคือไม่ควรฝืนจนปวดมากผิดปกติ เพราะการฟื้นฟูหลังผ่าเข่าต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความปลอดภัยมากกว่าการเร่งผลลัพธ์ หากมีอาการบวมมากขึ้น ปวดรุนแรง เวียนศีรษะ หรือแผลผิดปกติระหว่างฝึก ควรหยุดและปรึกษาทีมรักษาทันที


อาหารที่ควรกินหลังผ่าเข่า เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูร่างกาย

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยให้การพักฟื้นหลังผ่าเข่าเป็นไปได้ดีขึ้น โดยอาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่

  • อาหารโปรตีนสูง เช่น ปลา ไข่ เนื้อไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ และถั่วต่าง ๆ เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยให้แผลผ่าตัดฟื้นตัวได้ดี
  • ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม กีวี มะละกอ บรอกโคลี และพริกหวาน เพราะวิตามินซีมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนและสมานแผล
  • อาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี เช่น ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ ไข่แดง เห็ด และนมทางเลือกที่เสริมแคลเซียม เพื่อช่วยดูแลกระดูกและข้อให้แข็งแรง
  • อาหารที่มีโอเมก้า 3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน เมล็ดเจีย และวอลนัต ซึ่งมีส่วนช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
  • ธัญพืชไม่ขัดสีและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต มันหวาน และข้าวโอ๊ต เพื่อให้พลังงานแก่ร่างกายระหว่างการฟื้นฟู
  • น้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดี ลดภาวะท้องผูกจากการเคลื่อนไหวน้อย และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้สมดุลขึ้น

นอกจากอาหารที่ควรกินแล้ว ควรรู้ด้วยว่าอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้อาการปวดเข่าแย่ลง อ่านต่อได้ที่บทความ >> ปวดเข่าห้ามกินอะไร


เลือกผ่าเข่าเสื่อม เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้มั่นใจขึ้น

การผ่าตัดข้อเข่าเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ปวดเข่าเรื้อรัง เข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น โดยแพทย์จะตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนวางแผนการรักษา ทั้งนี้ หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยควรดูแลแผล ทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ และเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้มั่นใจขึ้น

หากกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในราคาที่เหมาะสม โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้คุณกลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่


References

Hoffman, M. (2021, June 22). Picture of the Knee. WebMD. https://www.webmd.com/pain-management/knee-pain/picture-of-the-knee

Cleveland Clinic medical professional. (2021, August 09). Osteoarthritis of the Knee. Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/21750-osteoarthritis-knee


คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องเช็กสุขภาพฟันและระบบปัสสาวะก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?

เพราะการติดเชื้อในช่องปาก เหงือก ฟัน หรือระบบปัสสาวะ อาจทำให้เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อบริเวณข้อเข่าเทียมได้ จึงควรรักษาให้หายก่อนผ่าตัด

หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม สามารถกลับไปวิ่งหรือเล่นกีฬาได้ไหม? 

ควรเลือกกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน และควรหลีกเลี่ยงการวิ่ง กระโดด คุกเข่า หรือนั่งยอง ๆ เป็นเวลานาน เพื่อถนอมข้อเข่าเทียม


แพทย์ประจำศูนย์

ศาสตราจารย์นายแพทย์ กีรติ เจริญชลวานิช
ศาสตราจารย์นายแพทย์ กีรติ เจริญชลวานิช
นพ. วิญญู รัตนไชย
นพ. วิญญู รัตนไชย
ศ.นพ. ชลวิช จันทร์ลลิต
ศ.นพ. ชลวิช จันทร์ลลิต
นายแพทย์ กาญจน์ โรจนานุกูลพงศ์
นายแพทย์ กาญจน์ โรจนานุกูลพงศ์
นายแพทย์ ชำนาญ ศรีบุญยงค์
นายแพทย์ ชำนาญ ศรีบุญยงค์
บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ