บทความสุขภาพ

ตรวจสุขภาพ ทำไมต้องตรวจปัสสาวะ (UA) ผลตรวจช่วยวินิจฉัยอะไรได้บ้าง?

บทความโดย: วันที่อัพเดท: 26 มีนาคม 2567

ตรวจปัสสาวะ

ปัสสาวะ เป็นระบบสำคัญในการขับถ่ายของเสียในรูปแบบของเหลวที่มีส่วนประกอบเป็นสารเกลือแร่ วิตามิน และสารเคมีต่าง ๆ ที่เอ่อล้นในปริมาณมากเกินความจำเป็นจนต้องถูกออกจากร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หากสารเหล่านี้เกิดการตกตะกอนเป็นก้อน อาจนำภัยอันตรายเข้าสู่ระบบทางเกินปัสสาวะและอวัยวะภายในร่างกายอีกด้วย

ทำให้การ “ตรวจปัสสาวะ” เป็นปัจจัยในการดูสุขภาพภายในร่างกายร่วมกับการตรวจค่าไตอีกด้วย เพราะไตมีกลไกลการทำงานการคัดกรองของเสียเป็นในรูปแบบน้ำปัสสาวะอย่างไรบ้าง และการตรวจปัสสาวะ กี่นาที ถึงจะรู้ผลลัพธ์ ทางทางโรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ จะพาผู้อ่านทำความเข้าใจการตรวจปัสสาวะได้ในบทความนี้  
 


สารบัญบทความ


การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)

การตรวจปัสสาวะ UA หรือ Urinalysis คือ การตรวจฉี่ที่ถูกไตคัดกรองในรูปแบบของเสียและมีสถานะเป็นของเหลวนั้น มาทำการตรวจสอบส่วนประกอบของน้ำปัสสาวะเบื้องต้น โดยปัจจัยการตรวจปัสสาวะจะสังเกตตั้งแต่ลักษณะทางกายภาพของ สี กลิ่น ความใสของน้ำ  และสารเคมีในของเหลว ซึ่งรวมถึงสารเจือปนน้ำปัสสาวะที่มีความผิดปกติที่ถูกผ่านคัดกรองมาในรูปแบบเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัส เป็นต้น

 

ประโยชน์ของการตรวจปัสสาวะ

ผลตรวจปัสสาวะ จะช่วยทำให้แพทย์วินิจฉัยสารของเสียที่ถูกขับออกมาจากทางระบบอวัยวะภายในร่างกายต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น แร่ธาตุ สารเคมี และวิตามินบางชนิด ที่เป็นส่วนประกอบที่เกินความจำเป็นต่อความต้องการของร่างกายนั้น ได้ถูกระบายออกไปจากร่างกายทั้งหมด 
 
อีกทั้งการตรวจปัสสาวะ สามารถเป็นตัวบอกสุขภาพของระบบการทำงานอวัยวะภายในอีกด้วย เนื่องจากสารของเสียที่ถูกคัดกรองจากไตนั้น มีส่วนประกอบที่ผิดปกติติดมาจากปัสสาวะอย่าง โปรตีน เลือดหรือมีการติดเชื้อหรือไม่ ทำให้แพทย์สามารถนำผลตัวอย่างจากผลตรวจปัสสาวะ ไปวิเคราะห์ ติดตาม และคาดการณ์โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะได้

 

1. ตรวจเช็คสุขภาพร่างกายโดยรวม


การตรวจปัสสาวะ เป็นหนึ่งในการตรวจสุขภาพเพื่อเช็คการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายของตัวผู้ป่วยปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะความเจ็บป่วย ภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน และภาวะการตั้งครรภ์ของผู้ป่วยนั้น มีสารแปดเปื้อนที่ถูกขับออกจากปัสสาวะหรือไม่ เพื่อนำผลตรวจปัสสาวะนี้ไปสู่การตรวจวินิจฉัยโรคต่าง ๆ เพื่อทำการรักษาทันที เช่น การตรวจปัสสาวะหาโรคไต โรคเบาหวาน และโรคตับ และโรคภัย ๆ อื่น 
 

2. ตรวจวินิจฉัยโรค


การวินิจฉัยสำหรับการตรวจปัสสาวะนั้น สามารถนำผลลัพธ์จากลักษณะทางกายภาพของสารขับถ่ายปัสสาวะ มาวิเคราะห์สุขภาพของเหลวในรูปแบบของเสียได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องบริเวณส่วนกระเพาะปัสสาวะ ตรวจเจอเลือดในปัสสาวะ หรือพบตรวจโปรตีนในปัสสาวะ หรือการขับถ่ายฉี่ไม่สุด จะเป็นประเด็นสำคัญให้กับแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการเหล่านี้นำไปวิเคราะห์ เพื่อวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ   
 

3. ติดตามผลการรักษา


ในช่วงที่ผู้ป่วยอยู่ในระหว่างการรักษาโรค การติดตามผลตรวจปัสสาวะ สามารถบ่งบอกระดับสุขภาพของผู้ป่วยไปในทิศทางที่ดีขึ้นและแย่ลงได้ เพื่อให้การรักษาโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบขับถ่ายปัสสาวะนั้น มีกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทางแพทย์จะทำการตรวจปัสสาวะเป็นระยะ ๆ เพื่อติดตามผลลัพธ์ในระหว่างการรักษาอีกด้วย

ตรวจปัสสาวะต้องตรวจวินิจฉัยอะไรบ้าง

1. การตรวจดูลักษณะทางกายภาพทั่วไป (Visual Examination)


urinalysis คือ

  • สีของปัสสาวะ สามารถบ่งบอกสุขภาพของผู้ป่วย จากพฤติกรรมการบริโภค และการทำงานผิดปกตและการบาดเจ็บของระบบอวัยวะภายในร่างกาย
  • กลิ่นของปัสสาวะ บ่งบอกภาวะการติดเชื้อภายในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ความใสของปัสสาวะ  บ่งบอกลักษณะสารอาหารที่รับประทาน ปริมาณน้ำที่ดื่ม และสารประกอบการตรวจปัสสาวะจากยาที่รับประทาน

2. การตรวจวิเคราะห์ทางเคมี (Chemical Examination)


ตรวจฉี่

ตรวจวิเคราะห์ทางเคมี โดยการใช้ Dipstick สารที่ตรวจ มีดังนี้

  • ความเป็นกรด-ด่าง (pH) คือ  ความสมดุลของปัสสาวะ ที่ขึ้นอยู่กับสภาพการทำงานภายในร่างกายและพฤติกรรมการบริโภคสารอาหาร
  • ความถ่วงจำเพาะ (SG) คือ มวลความหนาแน่นของน้ำปัสสาวะ
  • โปรตีน (Protein) คือ การตรวจโปรตีนในปัสสาวะที่รั่วไหลจากการคัดกรองของไตมากน้อยแค่ไหน
  • กลูโคส (Glucose) คือ การตรวจกลูโคสในปัสสาวะที่รั่วไหลจากน้ำตาลในกระแสเลือดที่มากเกินไป
  • คีโตน (Ketones) คือ การตรวจปริมาตรค่าคีโตนในปัสสาวะที่เกิดจากน้ำตาลไม่สามารถแปลงเปลี่ยนเป็นพลังงานต่อร่างกายได้ ทำให้ไขมันแปลงเปลี่ยนเป็นคีโตนในการให้พลังงานแทนน้ำตาล
  • ไนไตรท์ (Nitrites) คือ การตรวจสารติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ กรวยไต กระเพาะปัสสาวะ
  • บิลิรูบิน (Bilirubin) คือ น้ำดีในปัสสาวะที่ให้สารสีเหลืองในน้ำของเสีย ความเข้มของสีจะเพิ่มมากขึ้น โดยขึ้นอยู่ส่วนของตับมีการอุดตันท่อน้ำดีหรือไม่
  • ยูโรบิลิโนเจน (Urobilinogen) คือ ภาวะโรคที่เกิดจากเซลล์ตับอักเสบ หรือมีการ อุดตันของทางเดินน้ำดี ในน้ำปัสสาวะ
  • เม็ดเลือดขาว (Leukocyte) คือ การพบเม็ดเลือดขาวในน้ำปัสสาวะแสดงถึงการอักเสบในทางเดินปัสสาวะ
  • เม็ดเลือดแดง (Erythrocyte) คือ การตรวจเจอเลือดในปัสสาวะแสดงถึงภาวะบาดเจ็บทางเดินปัสสาวะ หรือการบาดเจ็บของระบบอวัยวะภายในร่างกาย

3. การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Examination)


ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด 

  • เซลล์เม็ดเลือดขาว (WBC) คือ ภาวะไตเกิดการติดเชื้อ ส่งผลให้การขับเลือดผ่านระบบส่วนกรองรั่วไหลไปอยู่ในน้ำปัสสาวะได้
  • เซลล์เม็ดเลือดแดง (RBC) คือ ภาวะการติดเชื้อหรือการอักเสบในไต กระเพาะปัสสาวะหรือบริเวณอื่น
  • แบคทีเรีย (Bacteria) ยีสต์ (Yeasts) ปรสิต (Parasites) คือ ภาวะการติดเชื้อของอวัยวะภายในร่างกาย
  • คาสท์ (Casts)  คือ ก้อนตะกอนจากการสะสมของเศษเซลล์ โปรตีน ไขมัน และสารอื่น ๆ ที่มีสถานะเป็นกรด
  • ผลึก (Crystal) คือ สารเคมีที่รวมกันเป็นก้อนให้เกิดอุดตัน นำไปสู่โรคนิ่วไตได้

โรคหรือภาวะที่พบได้จากการตรวจปัสสาวะ

การขับของเสียในสถานะของเหลวออกจากร่างกาย สามารถใช้ที่ตรวจปัสสาวะ ใช้ในการตรวจสอบเพื่อวิเคราะห์โรคและภาวะแทรกซ้อนจากการตรวจปัสสาวะได้ เช่น 

  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้การตรวจสีปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้มและมีความขุ่นสูง
  • ภาวะการตั้งครรภ์ (Pregnancy) เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิงเปลี่ยนไป มดลูกขยายใหญ่ตามการเติบโตของครรภ์ ประจำเดือนหาย ทำให้พฤติกรรมการขับถ่ายปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) เกิดจากปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ทำให้ปัสสาวะบ่อย
  • ภาวะอุดตันในท่อปัสสาวะ (Urethral Obstruction) เกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้ปัสสาวะไม่สุด
  • โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infections) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียติดในกระเพาะและท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเป็นสีน้ำตาล แดง และเขียว มีกลิ่นฉุน
  • โรคเบาหวาน (Diabetes) เกิดจากฮอร์โมนอินซูลินผลิตได้น้อยลง ซึ่งเกิดค่าคีโตนในปัสสาวะสูง ทำให้การตรวจเบาหวานผ่านปัสสาวะมีอัตราการถ่ายบ่อย หิวน้ำมาก ปวดท้อง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน
  • โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Kidney Disease) เกิดจากโปรตีนรั่วไหลในน้ำปัสสาวะ ทำให้การถ่ายปัสสาวะเป็นฟองและตกตะกอนเป็นโฟมมัน ๆ
  • โรคนิ่วไต (Kidney Stones) เกิดจากการตกตะกอนของเกลือแร่ในน้ำปัสสาวะรวมตัวเป็นก้อน ทำให้ถ่ายปัสสาวะไม่สุด
  • โรคหลอดเลือดอักเสบ (Pharyngitis) เกิดจากการบาดเจ็บของอวัยวะภายในอย่าง ไต ทำให้ถ่ายน้ำปัสสาวะปนเลือด

การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด

ผลตรวจปัสสาวะ

การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด คือ การวัดค่าสารเคมีจากสิ่งเสพติดประเภทของรับประทาน ฉีด และสูบ เมื่อไปอยู่ในกระแสเลือดแล้วถูกคัดกรองเป็นน้ำปัสสาวะในภายหลัง  

จุดประสงค์ของการวัดผลตรวจฉี่ยาเสพติดนั้น คือการหาทางบำบัดสภาวะร่างกายทางด้านกายภาพและภาวะจิตใจของผู้ป่วยให้กลับมามีจิตใจมั่นคง อีกทั้งเป็นอีกหนึ่งการตรวจปัสสาวะในการสอบสวนและสืบคดีความอีกเช่นกัน 

วิธีตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดส่วนใหญ่ มุ่งเน้นตรวจหาค่า แอมเฟตามีน (Amphetamine) เบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepines) บาร์บิเชอริต (Barbicherit) กัญชา (Marijuana) โคเคน (Cocaine) เฟนไซคลิดีน (Phencyclidine) และเมทาโดน (Methadone)


ใครที่ควรเข้ารับการตรวจปัสสาวะ

โดยทั่วไป บุคคลที่ควรทำการตรวจปัสสาวะ มีดังนี้

  • หญิงที่ตั้งครรภ์
  • ผู้ที่ใช้เสพสารเสพติด
  • ผู้ที่มีพันธุกรรมโรคอ้วน
  • ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ผู้ที่มีโรคปัญหาแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพน้ำปัสสาวะ อย่างเบาหวาน ไต เป็นต้น

การเตรียมตัวก่อนตรวจปัสสาวะ

คีโตนในปัสสาวะ

วิธีเตรียมตัวก่อนตรวจปัสสาวะ มีดังนี้

  • งดดื่มน้ำประเภท น้ำอัดลม น้ำหวาน และน้ำคาเฟอีน แล้วดื่มน้ำเปล่าแทน เพื่อลดปริมาณน้ำตาลเกาะอยู่ในน้ำปัสสาวะ
  • งดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันตรวจปัสสาวะ และทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกซอกทุกมุม เพื่อสุขอนามัยที่ดี
  • การตรวจปัสสาวะผู้หญิงควรตรวจหลังจากมีประจำเดือน 7 วัน เพื่อลดผลคลาดเคลื่อนของเลือดปะปนในน้ำปัสสาวะ

 


ขั้นตอนและวิธีเก็บตัวอย่างปัสสาวะที่ถูกต้อง

วิธีตรวจปัสสาวะ

แต่ละขั้นตอนของวิธีตรวจปัสสาวะ มีดังนี้

  1. แพทย์จะทำการจัดเตรียมถ้วยบรรจุในการเก็บน้ำปัสสาวะ
  2. ก่อนถ่ายลงบรรจุ คนไข้ควรล้างมือให้สะอาดและส่วนอวัยวะเพศ เพื่อลดสิ่งเจือปนในระหว่างขับถ่าย
  3. ทำการถ่ายปัสสาวะช่วงกลางในปริมาณ 30-60 มิลลิลิตร
  4. หลีกเลี่ยงการนำอวัยวะเพศมาสัมผัสบริเวณส่วนของปากบรรจุภัณฑ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและผลลัพธ์การตรวจปัสสาวะคลาดเคลื่อนได้
  5. ปิดฝาที่ตรวจปัสสาวะให้เรียบร้อยแล้วนำขวดบรรจุนี้ ส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่ภายหลัง

การติดตามผลหลังการตรวจปัสสาวะ

ผู้ป่วยหลายรายคิดว่าการตรวจปัสสาวะ รอผลนานไหม? ซึ่งระยะเวลาการวิเคราะห์ของน้ำปัสสาวะนั้นจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงโดยประมาณ ในการอฟังผลลัพธ์จากห้องปฎิบัติการจะขึ้นอยู่กับแพทย์แต่ละแผนกที่ทางผู้ป่วยทำการนัดเข้าตรวจอีกเช่นกัน เช่น แผนกหมอฝั่งสูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัว และแผนกระบบทางเดินปัสสาวะโดยตรง 

เมื่อแพทย์ได้ประเมินผลตรวจปัสสาวะแล้ว หากการตรวจมีสถานะปกติ ทางแพทย์จะให้ผู้ป่วยกลับบ้านแล้วใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ แต่หากผลตรวจปัสสาวะไม่ปกติ ทางแพทย์จะทำการตรวจปัสสาวะขั้นต่อไปด้วยการตรวจสารเคมีในเลือด การเพาะหาเชื้อในปัสสาวะ และการตรวจความสมบูรณ์แบบของเม็ดเลือด 


ข้อสรุป

การตรวจปัสสาวะ เป็นการตรวจดูสุขภาพที่มาในรูปแบบของเสียที่ถูกขับออกมาเป็นของเหลว มีสารปนเลือดหรือการติดเชื้อที่สร้างผลกระทบกระเทือนต่อการทำงานระบบอวัยวะภายในหรือไม่ ทางแพทย์ขอแนะนำการตรวจสุขภาพประจำปีของโรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ พร้อมตรวจปัสสาวะ โรงพยาบาล ราคาที่ย่อมเยาว์ พร้อมบริการตรวจปัสสาวะที่ปลอดภัย สะอาด และรายงานผลได้ทันที ภายใต้การปฎิบัติของแพทย์มืออาชีพ โดยติดต่อสอบถามได้ที่ Line @samitivejchinatown หรือเบอร์ 02-118-7893 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แอดไลน์ สมิติเวช ไชน่าทาวน์
บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ
pdpa-icon

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ แสดงเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจ รวมถึงเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเว็บไซต์และทำความเข้าใจว่าผู้ใช้งานมาจากที่ใด คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้ นโยบายความเป็นส่วนตัว​ (Privacy Policy)​