บทความสุขภาพ

พังผืดที่จอประสาทตา รู้ทันอาการ สาเหตุ พร้อมแนวทางรักษา

บทความโดย: seoteam seoteam วันที่เผยแพร่: 29 ตุลาคม 2569 วันที่อัพเดท: 29 ตุลาคม 2569

พังผืดที่ตา อาการและการรักษา

พังผืดที่จอประสาทตา คือภาวะที่เนื้อเยื่อบาง ๆ ก่อตัวขึ้นบนผิวจอตา จนทำให้เส้นตรงดูโค้งงอ ตัวหนังสือบิดเบี้ยว หรือภาพตรงกลางมัวลงทีละน้อย หลายคนเข้าใจว่าเป็นอาการสายตาเสื่อมตามวัย จึงปล่อยไว้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ทั้งที่ภาวะนี้มีวิธีประเมินและแนวทางดูแลที่ชัดเจน บทความนี้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ลักษณะของโรค ทางเลือกการรักษา ไปจนถึงการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดพังผืดที่ตา


Key Takeaways

  • พังผืดที่จอประสาทตา (Epiretinal Membrane) คือภาวะที่เนื้อเยื่อบางที่งอกบนผิวจอตาบริเวณจุดภาพชัด และดึงรั้งจอตาจนภาพบิดเบี้ยว
  • ระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย จึงมักพบโดยบังเอิญจากการตรวจตา การปิดตาทีละข้างแล้วมองเส้นตรงช่วยคัดกรองเบื้องต้นได้
  • สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากน้ำวุ้นตาหลุดลอกตามวัย ส่วนที่เหลือเกิดตามหลังโรคหรือการผ่าตัดตา
  • ไม่ใช่ทุกรายต้องผ่าตัด หากอาการน้อยแพทย์มักเฝ้าติดตาม แต่หากการมองเห็นลดลงชัดเจน การผ่าตัดน้ำวุ้นตาร่วมกับลอกพังผืดคือแนวทางหลัก
  • หลังผ่าตัด สายตามักดีขึ้นแต่ไม่กลับมาปกติ 100% และต้องใช้เวลาฟื้นตัวหลายเดือน

สารบัญบทความ


พังผืดที่จอตา (Epiretinal Membrane) คืออะไร?

พังผืดที่จอตา คืออะไร

พังผืดที่จอประสาทตา (Epiretinal Membrane) คือภาวะที่มีเยื่อบางใสคล้ายแผ่นเซลโลเฟนก่อตัวขึ้นบนผิวจอตา โดยเฉพาะบริเวณจุดภาพชัด (Macula) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการมองเห็นรายละเอียด เช่น การอ่านหนังสือและการขับรถ ในทางการแพทย์ พังผืดที่จอประสาทตายังมีอีกชื่อหนึ่งว่า Macular Pucker โดยกลไกการเกิดเริ่มจากน้ำวุ้นตา ซึ่งเป็นเจลใสที่เติมเต็มลูกตา เมื่ออายุมากขึ้นน้ำวุ้นตาจะค่อย ๆ เหลวและหดตัว จนหลุดลอกออกจากผิวจอตา (Posterior Vitreous Detachment) เซลล์ขนาดเล็กที่หลงเหลืออยู่บนผิวจอตาอาจเพิ่มจำนวนจนกลายเป็นเยื่อบาง ๆ และเมื่อเยื่อนี้หดตัวก็จะดึงจอตาให้ย่นและผิดรูป


อาการของพังผืดที่จอประสาทตาเป็นอย่างไร?

พังผืดจอประสาทตา อาการมักจะค่อย ๆ เป็นทีละน้อย และเกิดกับตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน อาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • มองเห็นเส้นตรงเป็นคลื่นคดเกี้ยว: ภาพวัตถุที่มีขอบหรือเส้นตรง เช่น กรอบประตู ขอบหน้าต่าง หรือบรรทัดตัวหนังสือ ปรากฏเบี้ยวโค้งไม่เป็นเส้นตรง
  • จุดกลางภาพมัวแต่รอบข้างยังชัด: บริเวณตรงกลางของภาพพร่ามัวคล้ายมีม่านบาง ๆ มาบังไว้ ในขณะที่ภาพบริเวณขอบแปดทิศโดยรอบยังคงมองเห็นได้ชัดเจนปกติ
  • ตัวอักษรบิดเบี้ยวอ่านยาก: รูปทรงของตัวหนังสือโย้บิดเบี้ยวไปจากเดิม ส่งผลให้การอ่านหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือหน้าจอโทรศัพท์ทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้น
  • ตามัวลงแม้เพิ่งเปลี่ยนแว่น: ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลงและภาพยังคงพร่ามัว ทั้งที่เพิ่งวัดค่าสายตา และตัดแว่นตาเลนส์ใหม่มาใช้งานได้ไม่นาน
  • มองระยะใกล้ไม่ชัดเจน: มีปัญหาการมองสิ่งของในระยะใกล้ไม่ชัด จนอาจทำให้สับสนและถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการสายตายาวตามวัยทั่วไป

ในระยะแรก พังผืดที่ตาอาจไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ เลย ผู้ป่วยหลายรายจึงทราบก็ต่อเมื่อจักษุแพทย์ตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการตรวจสุขภาพตา


สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของพังผืดที่จอประสาทตา

พังผืดจอประสาทตาแบ่งตามสาเหตุได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • เกิดเองตามวัย (Idiopathic): พบบ่อยที่สุดในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เกิดจากการเสื่อมและหลุดลอกของน้ำวุ้นตาตามธรรมชาติ โดยไม่มีโรคตาอื่นร่วม
  • เกิดจากปัจจัยอื่น (Secondary): ผลกระทบจากภาวะผิดปกติหรือโรคตาอื่น ๆ เช่น จอตาหลุดลอก การอักเสบ เบาหวานขึ้นจอตา หลอดเลือดอุดตัน หรือการบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น การเคยผ่าตัดตา สายตาสั้นมาก ๆ หรือใช้ยาบางชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างวุ้นตาและทำให้เกิดความผิดปกติเร็วขึ้น


พังผืดที่จอตารุนแรงแค่ไหน ต้องผ่าตัดเสมอไหม

พังผืดที่จอตารุนแรง

ไม่ใช่ทุกรายที่ต้องผ่าตัดพังผืดที่จอประสาทตา หากพังผืดมีขนาดเล็ก เปลี่ยนแปลงช้า และรบกวนการมองเห็นเพียงเล็กน้อย กรณีเช่นนี้จักษุแพทย์มักเลือกเฝ้าติดตามเป็นระยะ ส่วนปัจจัยที่แพทย์ใช้พิจารณาเพื่อตัดสินใจผ่าตัดมีดังนี้

  • ระดับการมองเห็นแย่ลงจนกระทบชีวิตประจำวัน: สายตาเริ่มมัวลงอย่างชัดเจน จนสร้างปัญหาให้กับการอ่านหนังสือ การทำงาน หรือการขับขี่
  • มองเห็นภาพบิดเบี้ยวรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง: ลักษณะภาพบิดเบี้ยวมีแนวโน้มแย่ลงเรื่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด เมื่อแพทย์ทำการตรวจติดตามอาการ
  • ผลตรวจสแกนตาพบโครงสร้างจุดภาพชัดผิดปกติ: ภาพสแกน OCT แสดงให้เห็นว่าจุดรับภาพชัดถูกพังผืดดึงรั้ง หรือมีความหนาตัวเพิ่มมากขึ้น

ตัวเลขสายตาเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่ตัวตัดสิน แพทย์จะประเมินร่วมกับลักษณะอาการ ผล OCT และความต้องการของผู้ป่วย การผ่าตัดจอประสาทตาจึงเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย แต่หากปล่อยให้พังผืดดึงรั้งจอตานานหลายปี โอกาสที่การมองเห็นจะฟื้นกลับมาดีก็อาจน้อยลง


แนวทางการรักษาพังผืดที่จอตา

การรักษาพังผืดที่จอประสาทตาแบ่งเป็น 2 แนวทางหลักขึ้นอยู่กับระดับอาการและผลตรวจ คือ เฝ้าติดตามอาการ และผ่าตัดน้ำวุ้นตาร่วมกับลอกพังผืดด้วยกล้องจุลทรรศน์ ผลลัพธ์ตามจริงคือสายตามักดีขึ้นบ้าง แต่ไม่กลับมาเป็นปกติ 100%

เฝ้าสังเกตอาการ ไม่ต้องผ่าตัด

แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่พังผืดไม่รบกวนการมองเห็น หรือรบกวนเพียงเล็กน้อย แพทย์จะนัดตรวจติดตามเป็นระยะ ร่วมกับการตรวจ OCT เพื่อดูว่าพังผืดหนาขึ้นหรือดึงรั้งจอตามากขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่มียาหยอดตาหรือยาชนิดใดที่ทำให้พังผืดหายไปได้

ผ่าตัดน้ำวุ้นตาร่วมกับลอกพังผืด (Vitrectomy)

การผ่าตัดพังผืดจอประสาทตาด้วยวิธีผ่าตัดน้ำวุ้นตาร่วมกับลอกพังผืด (Vitrectomy with Membrane Peeling) เป็นแนวทางหลักเมื่อภาพบิดเบี้ยวหรือมัวจนรบกวนชีวิตประจำวัน จักษุแพทย์จะใช้กล้องจุลทรรศน์ผ่าตัดและเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปทางแผลเล็ก ๆ บริเวณตาขาว

ในส่วนของการผ่าตัดพังผืดจอประสาทตา ราคาจะแตกต่างกันไปตามเทคนิค เครื่องมือ ห้องผ่าตัด ค่ายา และสภาพดวงตาของแต่ละราย จึงควรสอบถามประมาณการค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดพังผืดในจอตาจากโรงพยาบาลโดยตรง หลังแพทย์ตรวจประเมินแล้ว


การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดพังผืดที่จอตา

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดพังผืดที่ตาอย่างเหมาะสมช่วยให้แผลหายดีและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน โดยหลังผ่าตัดพังผืดที่จอตา จะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ คำแนะนำทั่วไปมีดังนี้

  • หยอดยาตามชนิดและความถี่ที่แพทย์สั่ง โดยล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังหยอดทุกครั้ง
  • ระวังไม่ให้น้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าตาในสัปดาห์แรก ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดหน้าแทนการล้างหน้าโดยตรง
  • งดขยี้ตาโดยเด็ดขาด และสวมที่ครอบตาตามที่แพทย์แนะนำ
  • หากแพทย์ใส่ก๊าซในลูกตา ให้จัดท่าศีรษะตามที่กำหนด และห้ามเดินทางโดยเครื่องบิน เพราะความดันอากาศอาจทำให้ก๊าซขยายตัว
  • เลี่ยงการยกของหนัก การก้มเงยศีรษะแรง ๆ และการออกกำลังกายหนัก จนกว่าแพทย์อนุญาต
  • มาตรวจตามนัดทุกครั้ง แม้รู้สึกว่าการมองเห็นดีขึ้นแล้ว
  • หากปวดตามาก ตาแดงมาก มองเห็นลดลง หรือเห็นแสงวาบและจุดดำเพิ่มขึ้น ให้ติดต่อจักษุแพทย์ทันที

สำหรับคำถามที่ว่าผ่าตัดจอประสาทตาพักฟื้นกี่วันนั้น ไม่มีตัวเลขตายตัว บางรายกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน บางรายอาจต้องนอนโรงพยาบาล 1-2 วัน ส่วนการมองเห็นจะค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน


ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีพังผืดที่จอตา

ดูแล พังผืดที่จอตา

ผู้ที่มีพังผืดที่จอประสาทตา ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามหรือหลังผ่าตัดแล้ว การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอช่วยให้พบความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น แนวทางที่ควรทำมีดังนี้

  • เช็กเส้นตรงด้วยตนเองสัปดาห์ละครั้ง และจดผลไว้เทียบกัน โดยใช้แสงและระยะมองเท่าเดิม
  • ไปตรวจตามนัดสม่ำเสมอ และไม่รอถึงวันนัดหากภาพมัวลงอย่างรวดเร็ว
  • ควบคุมเบาหวาน ความดันโลหิต และไขมันในเลือด ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ผู้ที่เป็นต้อหรือมีโรคตาอื่นร่วมด้วย ควรใช้ยาตามสั่งอย่างต่อเนื่อง
  • ไม่ขยี้ตา และสวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง

ป้องกันพังผืดที่จอตาได้อย่างไร

เนื่องจากพังผืดที่จอตาส่วนใหญ่เกิดตามวัย จึงป้องกันโดยตรงได้ยาก แต่สามารถลดความเสี่ยงและตรวจพบได้เร็วด้วยแนวทางต่อไปนี้

  • ตรวจสุขภาพดวงตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อตรวจจอตาและโรคตาอื่น ๆ เช่น ต้อหิน ไปพร้อมกัน
  • ดูแลโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนด
  • สวมแว่นป้องกันเมื่อทำงานหรือเล่นกีฬาที่เสี่ยงต่อการกระแทกดวงตา
  • ผู้ที่วางแผนทำ LASIK ควรตรวจจอตาโดยละเอียดก่อนเสมอ 
  • หากเห็นแสงวาบหรือจุดดำลอยเพิ่มขึ้นฉับพลัน ให้ตรวจตาโดยเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของน้ำวุ้นตาหลุดลอก

พังผืดที่จอประสาทตา ตรวจพบเร็ว วางแผนรักษาได้ตรงจุด ที่ Samitivej Chinatown

พังผืดที่จอประสาทตาเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในวัยกลางคนขึ้นไป อาการเริ่มจากเส้นตรงบิดเบี้ยวหรือภาพตรงกลางมัว และในระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย ไม่ใช่ทุกรายที่ต้องผ่าตัด แต่การตรวจติดตามต่อเนื่องช่วยให้แพทย์เลือกจังหวะรักษาได้เหมาะสมที่สุด

หากคุณเริ่มเห็นภาพตรงกลางมัว เส้นตรงเริ่มบิดเบี้ยว หรือต้องการตรวจเช็กสุขภาพจอประสาทตา สามารถนัดหมายปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทางจอประสาทตา ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ได้แล้ววันนี้

ทีมแพทย์พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจประเมิน วางแผนรักษา ติดตามผลอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำปรึกษาและประเมินค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดพังผืดที่จอตาอย่างโปร่งใสก่อนตัดสินใจ


References


คำถามที่พบบ่อย

พังผืดที่จอตาหายไปเองได้ไหม

โดยทั่วไปพังผืดที่จอตามักไม่หายไปเอง แต่หลายรายไม่ลุกลามหรือมีอาการน้อยจนไม่ต้องรักษา แพทย์จึงนัดตรวจติดตามเป็นระยะ ส่วนรายที่ภาพบิดเบี้ยวชัดเจนจะพิจารณาผ่าตัดลอกพังผืด

ตรวจพังผืดที่จอตาได้อย่างไร

จักษุแพทย์จะตรวจจอตาหลังหยอดยาขยายม่านตา ร่วมกับการสแกนด้วยเครื่อง OCT ซึ่งแสดงภาพตัดขวางของจอตา ทำให้เห็นเยื่อพังผืดและความหนาของจุดภาพชัด

พังผืดที่จอตาต่างจากจอตาเสื่อมอย่างไร

พังผืดที่จอตาคือเยื่อที่งอกบนผิวจอตาแล้วดึงรั้งให้ภาพบิดเบี้ยว และมีการผ่าตัดลอกพังผืดเป็นทางเลือกเมื่อรบกวนการมองเห็น ส่วนจอตาเสื่อมเกิดจากเซลล์ในจุดภาพชัดเสื่อมสภาพ แม้ทั้งสองโรคจะทำให้ภาพตรงกลางผิดปกติเหมือนกัน แต่แนวทางรักษาต่างกัน จักษุแพทย์จึงต้องแยกด้วยการตรวจ

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ