เริมที่ตาคืออะไร เช็กอาการ วิธีรักษา และความเสี่ยงต่อการมองเห็น
เริมที่ตาอาจมีอาการตาแดง ปวดตา น้ำตาไหล แพ้แสง หรือมีตุ่มใสบริเวณเปลือกตา หากเชื้อไวรัสลุกลามถึงกระจกตาอาจทำให้เกิดแผลเป็นและการมองเห็นลดลง

พังผืดที่จอประสาทตา คือภาวะที่เนื้อเยื่อบาง ๆ ก่อตัวขึ้นบนผิวจอตา จนทำให้เส้นตรงดูโค้งงอ ตัวหนังสือบิดเบี้ยว หรือภาพตรงกลางมัวลงทีละน้อย หลายคนเข้าใจว่าเป็นอาการสายตาเสื่อมตามวัย จึงปล่อยไว้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ทั้งที่ภาวะนี้มีวิธีประเมินและแนวทางดูแลที่ชัดเจน บทความนี้รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ลักษณะของโรค ทางเลือกการรักษา ไปจนถึงการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดพังผืดที่ตา
Key Takeaways
สารบัญบทความ

พังผืดที่จอประสาทตา (Epiretinal Membrane) คือภาวะที่มีเยื่อบางใสคล้ายแผ่นเซลโลเฟนก่อตัวขึ้นบนผิวจอตา โดยเฉพาะบริเวณจุดภาพชัด (Macula) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการมองเห็นรายละเอียด เช่น การอ่านหนังสือและการขับรถ ในทางการแพทย์ พังผืดที่จอประสาทตายังมีอีกชื่อหนึ่งว่า Macular Pucker โดยกลไกการเกิดเริ่มจากน้ำวุ้นตา ซึ่งเป็นเจลใสที่เติมเต็มลูกตา เมื่ออายุมากขึ้นน้ำวุ้นตาจะค่อย ๆ เหลวและหดตัว จนหลุดลอกออกจากผิวจอตา (Posterior Vitreous Detachment) เซลล์ขนาดเล็กที่หลงเหลืออยู่บนผิวจอตาอาจเพิ่มจำนวนจนกลายเป็นเยื่อบาง ๆ และเมื่อเยื่อนี้หดตัวก็จะดึงจอตาให้ย่นและผิดรูป
พังผืดจอประสาทตา อาการมักจะค่อย ๆ เป็นทีละน้อย และเกิดกับตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน อาการที่พบได้บ่อย มีดังนี้
ในระยะแรก พังผืดที่ตาอาจไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ เลย ผู้ป่วยหลายรายจึงทราบก็ต่อเมื่อจักษุแพทย์ตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการตรวจสุขภาพตา
พังผืดจอประสาทตาแบ่งตามสาเหตุได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดจากปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น การเคยผ่าตัดตา สายตาสั้นมาก ๆ หรือใช้ยาบางชนิด ที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างวุ้นตาและทำให้เกิดความผิดปกติเร็วขึ้น

ไม่ใช่ทุกรายที่ต้องผ่าตัดพังผืดที่จอประสาทตา หากพังผืดมีขนาดเล็ก เปลี่ยนแปลงช้า และรบกวนการมองเห็นเพียงเล็กน้อย กรณีเช่นนี้จักษุแพทย์มักเลือกเฝ้าติดตามเป็นระยะ ส่วนปัจจัยที่แพทย์ใช้พิจารณาเพื่อตัดสินใจผ่าตัดมีดังนี้
ตัวเลขสายตาเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่ตัวตัดสิน แพทย์จะประเมินร่วมกับลักษณะอาการ ผล OCT และความต้องการของผู้ป่วย การผ่าตัดจอประสาทตาจึงเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย แต่หากปล่อยให้พังผืดดึงรั้งจอตานานหลายปี โอกาสที่การมองเห็นจะฟื้นกลับมาดีก็อาจน้อยลง
การรักษาพังผืดที่จอประสาทตาแบ่งเป็น 2 แนวทางหลักขึ้นอยู่กับระดับอาการและผลตรวจ คือ เฝ้าติดตามอาการ และผ่าตัดน้ำวุ้นตาร่วมกับลอกพังผืดด้วยกล้องจุลทรรศน์ ผลลัพธ์ตามจริงคือสายตามักดีขึ้นบ้าง แต่ไม่กลับมาเป็นปกติ 100%
แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่พังผืดไม่รบกวนการมองเห็น หรือรบกวนเพียงเล็กน้อย แพทย์จะนัดตรวจติดตามเป็นระยะ ร่วมกับการตรวจ OCT เพื่อดูว่าพังผืดหนาขึ้นหรือดึงรั้งจอตามากขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่มียาหยอดตาหรือยาชนิดใดที่ทำให้พังผืดหายไปได้
การผ่าตัดพังผืดจอประสาทตาด้วยวิธีผ่าตัดน้ำวุ้นตาร่วมกับลอกพังผืด (Vitrectomy with Membrane Peeling) เป็นแนวทางหลักเมื่อภาพบิดเบี้ยวหรือมัวจนรบกวนชีวิตประจำวัน จักษุแพทย์จะใช้กล้องจุลทรรศน์ผ่าตัดและเครื่องมือขนาดเล็กเข้าไปทางแผลเล็ก ๆ บริเวณตาขาว
ในส่วนของการผ่าตัดพังผืดจอประสาทตา ราคาจะแตกต่างกันไปตามเทคนิค เครื่องมือ ห้องผ่าตัด ค่ายา และสภาพดวงตาของแต่ละราย จึงควรสอบถามประมาณการค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดพังผืดในจอตาจากโรงพยาบาลโดยตรง หลังแพทย์ตรวจประเมินแล้ว
การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดพังผืดที่ตาอย่างเหมาะสมช่วยให้แผลหายดีและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน โดยหลังผ่าตัดพังผืดที่จอตา จะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ คำแนะนำทั่วไปมีดังนี้
สำหรับคำถามที่ว่าผ่าตัดจอประสาทตาพักฟื้นกี่วันนั้น ไม่มีตัวเลขตายตัว บางรายกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน บางรายอาจต้องนอนโรงพยาบาล 1-2 วัน ส่วนการมองเห็นจะค่อย ๆ ดีขึ้นต่อเนื่องไปอีกหลายเดือน

ผู้ที่มีพังผืดที่จอประสาทตา ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามหรือหลังผ่าตัดแล้ว การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอช่วยให้พบความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น แนวทางที่ควรทำมีดังนี้
เนื่องจากพังผืดที่จอตาส่วนใหญ่เกิดตามวัย จึงป้องกันโดยตรงได้ยาก แต่สามารถลดความเสี่ยงและตรวจพบได้เร็วด้วยแนวทางต่อไปนี้
พังผืดที่จอประสาทตาเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในวัยกลางคนขึ้นไป อาการเริ่มจากเส้นตรงบิดเบี้ยวหรือภาพตรงกลางมัว และในระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย ไม่ใช่ทุกรายที่ต้องผ่าตัด แต่การตรวจติดตามต่อเนื่องช่วยให้แพทย์เลือกจังหวะรักษาได้เหมาะสมที่สุด
หากคุณเริ่มเห็นภาพตรงกลางมัว เส้นตรงเริ่มบิดเบี้ยว หรือต้องการตรวจเช็กสุขภาพจอประสาทตา สามารถนัดหมายปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทางจอประสาทตา ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ได้แล้ววันนี้
ทีมแพทย์พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจประเมิน วางแผนรักษา ติดตามผลอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำปรึกษาและประเมินค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดพังผืดที่จอตาอย่างโปร่งใสก่อนตัดสินใจ
References
โดยทั่วไปพังผืดที่จอตามักไม่หายไปเอง แต่หลายรายไม่ลุกลามหรือมีอาการน้อยจนไม่ต้องรักษา แพทย์จึงนัดตรวจติดตามเป็นระยะ ส่วนรายที่ภาพบิดเบี้ยวชัดเจนจะพิจารณาผ่าตัดลอกพังผืด
จักษุแพทย์จะตรวจจอตาหลังหยอดยาขยายม่านตา ร่วมกับการสแกนด้วยเครื่อง OCT ซึ่งแสดงภาพตัดขวางของจอตา ทำให้เห็นเยื่อพังผืดและความหนาของจุดภาพชัด
พังผืดที่จอตาคือเยื่อที่งอกบนผิวจอตาแล้วดึงรั้งให้ภาพบิดเบี้ยว และมีการผ่าตัดลอกพังผืดเป็นทางเลือกเมื่อรบกวนการมองเห็น ส่วนจอตาเสื่อมเกิดจากเซลล์ในจุดภาพชัดเสื่อมสภาพ แม้ทั้งสองโรคจะทำให้ภาพตรงกลางผิดปกติเหมือนกัน แต่แนวทางรักษาต่างกัน จักษุแพทย์จึงต้องแยกด้วยการตรวจ