RLE คืออะไร การผ่าตัดที่ช่วยคืนการมองเห็น คมชัดทุกระยะ
การผ่าตัด RLE เปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมคุณภาพสูง นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาสายตาที่ช่วยให้คุณกลับมามองเห็นคมชัดทุกระยะ ลดการพึ่งพาแว่นตา

จอประสาทตาอักเสบ (Chorioretinitis) เป็นหนึ่งในภาวะทางตาที่รุนแรงและอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากจอประสาทตาคือส่วนชั้นเนื้อเยื่อสำคัญด้านหลังดวงตาที่ทำหน้าที่รับภาพและส่งสัญญาณไปยังสมอง เมื่อเกิดการอักเสบขึ้นบริเวณจอตาก็อาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้โดยตรง
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของโรคจอประสาทตาอักเสบ ตั้งแต่โครงสร้างของดวงตา อาการที่ต้องสังเกต สาเหตุที่ทำให้จอประสาทตาอักเสบ การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ตลอดจนแนวทางการรักษา เพื่อช่วยปกป้องดวงตาคู่สำคัญของคุณให้คมชัดเจนยาวนานที่สุด
KEY TAKEAWAY
สารบัญบทความ

การทำความเข้าใจว่า Retinitis คืออะไร? ต้องเริ่มจากทำความเข้าใจโครงสร้างของดวงตาก่อน โดยจอประสาทตาคือแผ่นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่รับแสงอยู่ด้านหลังสุดของดวงตา ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงเป็นสัญญาณประสาทส่งไปยังสมอง ในขณะที่ชั้น "คอรอยด์" (Choroid) คือชั้นหลอดเลือดที่อยู่ติดกัน ทำหน้าที่เลี้ยงจอประสาทตา
เมื่อเกิดการอักเสบขึ้น บริเวณดังกล่าวจะถูกเรียกว่า “จอประสาทตาอักเสบ” หรือในทางการแพทย์มักพบในรูปแบบ Chorioretinitis ซึ่งเป็นการอักเสบร่วมกันระหว่างชั้นจอประสาทตา (Retina) และชั้นคอรอยด์ (Choroid) เนื่องจากเนื้อเยื่อทั้งสองชั้นอยู่ติดกัน ภาวะจอประสาทตาอักเสบจึงส่งผลให้เซลล์รับแสงทำงานผิดปกติ จนทำให้เกิดอาการตามัว หรือหากอาการอักเสบรุนแรง ก็อาจส่งผลให้เกิดแผลเป็นที่จอตาจนส่งผลเสียต่อการมองเห็นอย่างถาวร
อาการจอประสาทตาอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุและตำแหน่งของการอักเสบ โดยมีจุดที่ควรสังเกตความผิดปกติของดวงตาดังนี้
*ข้อควรระวัง หากเริ่มมีอาการมองเห็นจุดดำเพิ่มขึ้น ภาพพร่ามัวลงอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการจอประสาทตาอักเสบเฉียบพลัน ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจจอประสาทตาโดยเร็วที่สุด
ในทางการแพทย์สามารถแบ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการจอประสาทตาอักเสบ ได้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
สาเหตุของอาการจอประสาทตาอักเสบในกลุ่มนี้มักเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำงานผิดปกติ จนหันมาระคายเคืองหรือทำลายเนื้อเยื่อตนเอง ซึ่งมักมีสาเหตุมาจาก
การติดเชื้อจากเชื้อโรคต่าง ๆ สามารถเข้าสู่ดวงตาได้ผ่านทางกระแสเลือดหรือบาดแผล โดยสาเหตุของอาการจอประสาทตาอักเสบในกลุ่มนี้ มักมีสาเหตุมาจาก
สำหรับคนบางกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงอาจส่งผลให้มีโอกาสเกิดอาการจอประสาทตาอักเสบได้มากกว่าคนทั่วไป โดยปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคจะมีดังนี้
หากปล่อยให้เกิดอาการจอประสาทตาอักเสบเรื้อรังโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เนื้อเยื่อดวงตาจะเกิดความเสียหายและเกิดเป็นรอยแผลเป็น ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น เช่น
สำหรับผู้ป่วยที่สงสัยหรือมีอาการของโรคจอประสาทตาอักเสบ เมื่อเข้ารับการตรวจจักษุแพทย์จะทำการประเมินวินิจฉัยอย่างละเอียดตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

คำถามที่หลายคนมักกังวลคือโรคจอประสาทตาอักเสบรักษาหายไหม? คำตอบคือสามารถรักษาให้ดีขึ้นหรือหายขาดได้ หากได้รับการตรวจและรักษาตรงตามสาเหตุของโรคตั้งแต่ระยะแรก โดยแนวทางการรักษาอาการจอประสาทตาอักเสบจะมี 3 วิธีหลัก ๆ ดังนี้
สำหรับกรณีที่มีอาการรุนแรงหรืออยู่ในระยะของการอักเสบ การใช้ยาจะช่วยบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็ว
ในกรณีที่อาการอักเสบของจอประสาทตาไม่ได้รุนแรงมาก แพทย์อาจเลือกวิธีการปรับพฤติกรรมเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ
ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น จอประสาทตาเป็นรู, เกิดภาวะจอประสาทตาลอก หรือมีเลือดออกในวุ้นตา จักษุแพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดวุ้นตา (Vitrectomy) หรือการใช้เลเซอร์เพื่อเชื่อมปิดรอยรั่วและซ่อมแซมจอประสาทตา
ถึงแม้ว่าอาการจอประสาทตาอักเสบบางชนิดจะป้องกันได้ยากเนื่องจากเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันภายใน แต่เราสามารถลดความเสี่ยงลงได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย ล้างมือก่อนสัมผัสดวงตา และหลีกเลี่ยงการทานอาหารดิบเพื่อป้องกันเชื้อพยาธิ พร้อมทั้งดูแลร่างกายให้แข็งแรงและหมั่นเข้ารับการตรวจสายตาประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
หากเริ่มสังเกตพบอาการจอประสาทตาอักเสบ เช่น ตามัว, มองเห็นจุดดำลอย หรือปวดตาเวลากลอกตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ในทันที โดยไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เองเพื่อความปลอดภัยของดวงตา
อาการจอประสาทตาอักเสบเป็นโรคทางตาที่มีความละเอียดซับซ้อนและต้องการการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีโดยจักษุแพทย์ที่มีประสบการณ์ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ (Samitivej Chinatown) เรามีความพร้อมทั้งด้านทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางจอประสาทตา และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยในการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยปกป้องดวงตาและคืนคุณภาพการมองเห็นที่ดีที่สุดให้กับคุณ
หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการสงสัยเกี่ยวกับจอประสาทตาอักเสบหรือต้องการตรวจจอประสาทตา สามารถติดต่อสอบถามหรือนัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ที่
References
อาการจอประสาทตาอักเสบไม่สามารถหายเองได้ ส่วนใหญ่ต้องได้รับการรักษาด้วยยาต้านเชื้อหรือยาลดการอักเสบอย่างถูกต้อง หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดแผลเป็นที่จอประสาทตาและสูญเสียการมองเห็นถาวร
ถือเป็นโรคทางตาที่รุนแรง หากได้รับการรักษาล่าช้าอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น จอประสาทตาลอก, ต้อหิน หรือสูญเสียการมองเห็นถาวร การพบจักษุแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด