มองไกลไม่ชัด สายตาสั้นหรือยาว? สังเกตอาการก่อนเข้ารับการรักษา
เช็กอาการมองไกลไม่ชัด สายตาสั้นหรือยาวกันแน่ พร้อมทำความเข้าใจสาเหตุ อาการที่ควรรู้ วิธีดูแล เพื่อให้ดวงตากลับมามองเห็นได้ชัดเจน และใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายยิ่งขึ้น

อาการตาแฉะอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ หรือผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ มักจะต้องเจอกับอาการตาแห้งและความระคายเคืองอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และส่งผลต่อความสบายในการใช้ชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าตาแฉะเกิดจากอะไร มีลักษณะอาการอย่างไรบ้าง รวมถึงวิธีดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะตาเปียกหรือมีน้ำตาไหลผิดปกติอยู่บ่อย ๆ พร้อมแนวทางการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ดวงตาของคุณกลับมาสดใส มองเห็นสบาย และไม่ถูกรบกวนด้วยอาการขี้ตาหรือความระคายเคืองอีกต่อไปค่ะ
Key Takeaway
สารบัญบทความ
ตาแฉะเกิดจากอะไร อาการนี้มักเกิดจากการระคายเคืองของดวงตา เช่น ฝุ่นละออง ควัน ภูมิแพ้ หรือการใส่คอนแทคเลนส์ ทำให้น้ำตาไหลมากและเกิดภาวะตาเปียก
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากภาวะตาแห้งที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำตามากขึ้น รวมถึงการติดเชื้อ เช่น เยื่อบุตาอักเสบ ท่อน้ำตาอุดตัน หรือเปลือกตาอักเสบซึ่งทำให้มีขี้ตาและน้ำตาสะสมบริเวณดวงตา และหากมีอาการตาแฉะต่อเนื่อง คัน แสบตา หรือมีขี้ตาผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและดูแลดวงตาอย่างเหมาะสม โดยสาเหตุที่พบบ่อยของอาการตาแฉะ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
ภาวะเยื่อบุตาอักเสบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการตาแฉะ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือภูมิแพ้ ส่งผลให้ดวงตาแดง คัน ระคายเคือง และมีน้ำตาไหลมากร่วมกับขี้ตา โดยลักษณะขี้ตาอาจแตกต่างกันตามสาเหตุ เช่น เหนียวข้นในกรณีติดเชื้อแบคทีเรีย หรือมีลักษณะขี้ตาใสในกรณีที่มีอาการภูมิแพ้
ภาวะท่อน้ำตาอุดตันทำให้น้ำตาไม่สามารถระบายลงสู่โพรงจมูกได้ตามปกติ จึงเกิดการคั่งของน้ำตาบริเวณดวงตา ทำให้มีอาการน้ำตาไหลเรื้อรัง รอบดวงตามีอาการตาเปียกง่าย และอาจมีขี้ตาเยอะร่วมด้วย หากมีการติดเชื้อแทรกซ้อน อาจพบอาการบวมแดงที่บริเวณหัวตาได้เช่นกัน
ขนตาทิ่มตาเกิดจากแนวขนตาที่ขึ้นผิดทิศทาง ทำให้ขนตาสัมผัสกับผิวดวงตาโดยตรง ส่งผลให้เกิดการระคายเคือง น้ำตาไหล และอาจทำให้ตาแฉะได้ หากปล่อยไว้นานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของกระจกตาได้
ภาวะตาแห้งเกิดจากผิวของดวงตาขาดความชุ่มชื้น โดยมักพบในผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้ดวงตาได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ร่างกายจึงกระตุ้นการหลั่งน้ำตาออกมามากขึ้นเพื่อชดเชย ส่งผลให้มีอาการน้ำตาไหลเป็นพัก ๆ ร่วมกับความรู้สึกแสบหรือระคายเคืองบริเวณดวงตา
อาการภูมิแพ้ขี้นตาเกิดจากการแพ้จากฝุ่น ละอองเกสร หรือสารก่อภูมิแพ้อื่น ๆ อาจกระตุ้นให้ดวงตาเกิดการอักเสบ ทำให้มีอาการคัน เคืองตา บวม และน้ำตาไหลมากผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาแฉะและพบได้บ่อยในผู้ที่มีประวัติภูมิแพ้
เปลือกตาอักเสบเกิดจากความผิดปกติของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาหรือการติดเชื้อ ส่งผลให้มีอาการคัน แสบตา มีขี้ตา และน้ำตาไหล อาจพบสะเก็ดบริเวณโคนขนตาร่วมด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแฉะได้

อาการตาแฉะมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ โดยบางรายอาจมีเพียงน้ำตาไหลเล็กน้อย ขณะที่บางรายอาจมีอาการระคายเคืองร่วมด้วย เช่น คัน แสบ หรือมีขี้ตา การสังเกตลักษณะอาการของดวงตาอย่างละเอียด จะช่วยให้แยกสาเหตุและดูแลได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
อาการตาแฉะสามารถป้องกันได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากปัจจัยภายนอกหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การดูแลดวงตาอย่างเหมาะสมจะช่วยลดโอกาสเกิดอาการตาเปียกและน้ำตาไหลผิดปกติได้ด้วยวิธีการป้องกันดังนี้
หากดูแลเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีน้ำตาไหลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับดวงตาของคุณ
หลังจากที่ทราบแล้วว่าตาแฉะเกิดจากอะไร การรักษาควรเลือกให้เหมาะสมกับสาเหตุเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้อย่างตรงจุด โดยแนวทางการรักษาที่แนะนำมีดังนี้
การใช้น้ำตาเทียม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้งหรือระคายเคือง อีกทั้งยังช่วยลดอาการน้ำตาไหลผิดปกติและช่วยถนอมสายตาได้อีกด้วย
ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ลดการอุดตันและบรรเทาอาการระคายเคือง เหมาะกับผู้ที่มีอาการเปลือกตาอักเสบเป็นอย่างมาก
ในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบ การใช้ยาจะช่วยลดอาการได้อย่างตรงจุด ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อความปลอดภัย
ลดการสัมผัสฝุ่น ควัน หรือสารก่อภูมิแพ้ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและลดโอกาสเกิดอาการตาแฉะซ้ำ ช่วยให้ดวงตาแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
ล้างทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาอย่างถูกวิธี เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรกและขี้ตา ซึ่งเป็นสาเหตุของการระคายเคือง
ช่วยลดการเสียดสีและการระคายเคืองของดวงตา โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการตาแฉะ เพื่อให้ดวงตาได้พักและฟื้นฟู พร้อมทั้งช่วยถนอมสายตา
ในกรณีที่มีภาวะท่อน้ำตาอุดตัน การนวดเบา ๆ จะช่วยระบายน้ำตาและลดการคั่งของน้ำตา และควรศึกษาการทำอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้น
สำหรับกรณีที่มีความผิดปกติรุนแรง เช่น ท่อน้ำตาอุดตันเรื้อรัง แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขสาเหตุให้เหมาะสมกับปัญหาอย่างถูกจุด
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าอาการตาแฉะเกิดจากอะไร หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วันควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลดวงตาและถนอมสายตาในระยะยาว
อาการตาแฉะอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วหากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษาก็อาจเป็นเรื่องใหญ่ได้ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจว่าปัญหาอย่าง “ตาแฉะเกิดจากอะไร” จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสมที่ตรงกับปัญหาของดวงตาได้มากยิ่งขึ้นค่ะ
หากมีอาการตาแฉะอย่างต่อเนื่อง น้ำตาไหลผิดปกติ หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น คัน แสบตา ตาแดง หรือมองเห็นไม่ชัด ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกจุด พร้อมดูแลสุขภาพดวงตาในระยะยาว
สามารถติดต่อสอบถามกับทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ได้ที่
หากมีอาการตาแฉะต่อเนื่อง2-3 วันขึ้นไป หรือเป็น ๆ หาย ๆ รวมถึงมีอาการร่วม เช่น ปวดตา ตาแดง บวมบริเวณเปลือกตา มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียว มองเห็นไม่ชัด หรือไวต่อแสงมากผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
ตาแฉะคือภาวะที่น้ำตาไหลมากผิดปกติ มักเกิดจากการระคายเคือง ภูมิแพ้ หรือภาวะตาแห้ง ขณะที่ขี้ตาเยอะเป็นลักษณะของสารคัดหลั่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าขี้ตาเยอะเกิดจากอะไร โดยมักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือการอักเสบ โดยเฉพาะหากมีสีเหลืองหรือเขียว และโดยทั่วไป ขี้ตาเยอะที่มีลักษณะผิดปกติจะน่ากังวลมากกว่า เพราะมีโอกาสเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อและควรได้รับการตรวจรักษา
การปล่อยให้อาการตาแฉะเรื้อรังโดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้เกิดการระคายเคืองสะสมและเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของดวงตา ในบางกรณีอาจนำไปสู่การติดเชื้อ หรือส่งผลต่อผิวกระจกตา เช่น เกิดแผลหรือความผิดปกติของผิวตา ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพการมองเห็นได้ หากอาการมีแนวโน้มไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อวินิจฉัยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว