บทความสุขภาพ

ตาบวม มีลักษณะอย่างไร เกิดจากอะไร เมื่อไหร่ต้องไปพบแพทย์?

บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 8 มีนาคม 2569

ตาบวม

อาการตาบวมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพแล้ว ตาบวมยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ ตั้งแต่การพักผ่อนน้อยไปจนถึงอาการตาอักเสบรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน


KEY TAKEAWAY

  • ตาบวม เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การพักผ่อนไม่พอ ภูมิแพ้ ไปจนถึงการติดเชื้อ
  • อาการตาบวม มักมีลักษณะเปลือกตาบวม ร่วมกับตาแดง แห้ง คัน หรือมีขี้ตา
  • วิธีแก้ตาบวมข้างเดียวเบื้องต้น สามารถทำได้ด้วยการประคบเย็น งดขยี้ตา และปรับท่านอน
  • ตาบวมที่ไม่ยุบใน 2–3 วัน หรือมีอาการรุนแรง ควรพบแพทย์

สารบัญบทความ


ตาบวมคืออะไร?

ตาบวม คือ

ตาบวม คือภาวะที่เนื้อเยื่อบริเวณเปลือกตาหรือรอบดวงตามีการคั่งของของเหลว ทำให้เกิดอาการบวม อาจเป็นที่เปลือกตาบน เปลือกตาล่าง หรือใต้ตา อาการตาบวมอาจเกิดเพียงชั่วคราวหรือเป็นต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับสาเหตุ บางรายอาจมีอาการร่วม เช่น เจ็บตา ตาแดง คันตา หรือรู้สึกตึงบริเวณเปลือกตา


สาเหตุของอาการตาบวมเกิดจากอะไร?

หลายคนมักสงสัยว่า ตาบวมข้างเดียวหรือสองข้างเกิดจากอะไร? จริง ๆ แล้วสาเหตุนั้นกว้างมาก ตั้งแต่สาเหตุที่ไม่รุนแรง ไปจนถึงภาวะที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ โดยเราสามารถแบ่งสาเหตุตาบวมออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้

สาเหตุของอาการตาบวมแบบชั่วคราว

อาการกลุ่มนี้มักหายได้เองเมื่อปรับพฤติกรรม หรือใช้การดูแลเบื้องต้นเพียงเล็กน้อย

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ : ทำให้การไหลเวียนของเหลวไม่ดี เกิดการกักเก็บน้ำและตาบวมได้ง่าย
  • ภูมิแพ้ : จากฝุ่น ละอองเกสร หรือขนสัตว์ กระตุ้นการหลั่งฮีสตามีน ทำให้ตาบวม แดง คัน และน้ำตาไหล
  • การติดเชื้อทางตา : เช่น ตาแดง ตากุ้งยิง ท่อน้ำตาอุดตัน หรือเยื่อบุตาอักเสบ ส่งผลให้เปลือกตาบวม
  • ร่างกายบวมน้ำ : จากการทานอาหารเค็มหรือโซเดียมสูงก่อนนอน ทำให้ตื่นมามีอาการตาบวมและหน้าบวม
  • แมลงสัตว์กัดต่อย : ทำให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และคันเฉพาะจุดบริเวณเปลือกตา
  • การบาดเจ็บรอบดวงตา : จากอุบัติเหตุหรือการขยี้ตาแรง อาจทำให้เนื้อเยื่อช้ำและตาบวม
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : เช่น ช่วงมีประจำเดือน การใช้ยาคุม หรือความเครียดที่กระตุ้นคอร์ติซอล ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเกิดตาบวม
  • ไซนัสอักเสบ : การติดเชื้อในโพรงจมูกที่ลามถึงเบ้าตา ทำให้ตาบวมและรู้สึกแน่นบริเวณหัวตา

สาเหตุของอาการตาบวมแบบถาวร

สำหรับอาการตาบวมที่คงอยู่เป็นเวลานานและไม่ยุบหายไปเอง มักมีปัจจัยมาจากโครงสร้างผิวหนังและไลฟ์สไตล์ที่สะสมมานาน ดังนี้

  • ความเสื่อมตามวัย : อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ผิวรอบดวงตาหย่อนคล้อย ไขมันใต้ตาเคลื่อนตัว จนเกิดตาบวมหรือถุงใต้ตาชัด
  • ปัจจัยทำลายผิวระยะยาว : การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ป้องกันแสงแดด เร่งให้ผิวรอบดวงตาเสื่อม เกิดตาบวมถาวรได้เร็วขึ้น

ลักษณะของอาการตาบวมเป็นอย่างไร?

อาการตาบวมในแต่ละบุคคล อาจมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามสาเหตุต้นตอ ซึ่งผู้ป่วยสามารถสังเกตความผิดปกติได้ดังนี้

  • มีอาการเปลือกตาบวม พร้อมความรู้สึกตึง ๆ คล้ายมีของเหลวคั่งค้างอยู่ และผิวหนังบริเวณนั้นอาจดูมันวาว
  • รู้สึกเจ็บตา เมื่อมีการกะพริบตาหรือสัมผัสบริเวณเปลือกตา
  • มีน้ำตาไหลบ่อย หรือมีขี้ตามากกว่าปกติ 
  • เยื่อบุตาหรือผิวหนังรอบดวงตามีรอยแดง และอาจมีอาการตาแห้ง ร่วมกับความรู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา
  • ในกรณีที่เป็นกุ้งยิง (Stye) จะเห็นเป็นตุ่มฝีเล็ก ๆ บริเวณขอบตา และอาจทำให้รู้สึกปวดตาข้างขวาหรือซ้ายตามตำแหน่งที่เป็น
  • อาการคันตา ระคายเคืองมาก มักเกิดจากภูมิแพ้และการติดเชื้อ
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น สายตามัว ปวดตามาก

วิธีรักษาอาการตาบวมทำได้อย่างไร?

วิธีแก้ตาบวมข้างเดียว

การรักษาตาบวมขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นหลัก หากมีอาการผิดปกติรุนแรงแนะนำให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าตาบวมเกิดจากอะไร และวางแผนรักษาอย่างตรงจุด แต่ถ้าอาการตาบวมไม่รุนแรงนัก สามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้

  • ประคบเย็น ช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดตาบวมได้เร็ว
  • งดขยี้ตา และล้างตาด้วยน้ำเกลือสะอาด ลดการระคายเคือง
  • ประคบอุ่น เหมาะกับกุ้งยิงหรือเปลือกตาอักเสบ ช่วยให้ไขมันที่อุดตันละลายออกง่ายและลดอาการปวดบวม
  • ใช้ยาแก้แพ้ แบบหยอดหรือแบบทานตามคำแนะนำแพทย์ ในกรณีเปลือกตาบวมจากภูมิแพ้
  • ปรับท่านอน โดยหนุนหมอนสูงเล็กน้อย ลดการคั่งของของเหลวบริเวณใบหน้า และพักผ่อนให้เพียงพอ

อาการตาบวมแบบไหนควรพบแพทย์?

แม้ว่าการตื่นมาตาบวมจะดูเป็นเรื่องปกติในบางวัน แต่หากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที

  • เปลือกตาบวมข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง โดยไม่ยุบหายไปภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการบวมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีอาการปวดตาอย่างรุนแรง หรือเจ็บตาข้างเดียวจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
  • การมองเห็นเริ่มผิดปกติ ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน กลอกตาไม่ได้ หรือลานสายตาแคบลง
  • มีไข้ร่วมกับอาการตาแดงจัดและมีหนองไหลออกมาจากดวงตา
  • อาการตาบวมเกิดขึ้นหลังจากได้รับอุบัติเหตุบริเวณใบหน้าหรือดวงตา
  • มีขี้ตาเยอะ เป็นสีเขียวเหลือง ซึ่งอาจบ่งบอกว่าตามีการติดเชื้อ
  • ตาบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย

ตาบวม อาจรุนแรงกว่าที่คิด สังเกตอาการและรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อการมองเห็นที่แจ่มชัด 

อาการตาบวมนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การนอนไม่พอ ไปจนถึงภาวะทางการแพทย์ที่ซับซ้อน เช่น ตาอักเสบ หรือการติดเชื้อ อาการอาจเริ่มจากเปลือกตาบวม หรือเจ็บตา ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือมีสัญญาณอันตราย ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจกระทบต่อการมองเห็น

หากคุณมีอาการตาบวม เจ็บตา ตาแดง หรือสงสัยว่ามีภาวะตาอักเสบ ทีมแพทย์เฉพาะทางที่ โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้ดวงตาของคุณกลับมาสดใสและมองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง

ช่องทางติดต่อ


References

Swollen eye. (2025, September). Healthdirect. https://www.healthdirect.gov.au/swollen-eye

Saklain. (2024, April 8). What is the Reasons for Swollen Eyes? Causes, Symptoms and Treatments. ASG Eye Hospital. https://asgeyehospital.com/blog/what-is-the-reasons-for-swollen-eyes/


คำถามที่พบบ่อย

ตาบวมข้างเดียวสามารถหายเองได้ไหม?

ตาบวมข้างเดียวบางกรณีสามารถหายเองได้ เช่น เกิดจากแมลงกัดต่อยหรือภูมิแพ้ แต่ถ้าไม่ยุบใน 2–3 วันควรพบแพทย์

ตาบวมแบบไหนเป็นโรคไต?

หากมีอาการตาบวมทั้งสองข้างในตอนเช้า ร่วมกับอาการบวมที่เท้า ปัสสาวะเป็นฟอง หรือปวดหลังบริเวณบั้นเอว

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ