บทความสุขภาพ

ยาหยอดตาคืออะไร? วิธีใช้ที่ถูกต้อง และข้อควรรู้จากจักษุแพทย์

บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 14 พฤษภาคม 2569

eye-drops

ยาหยอดตา เป็นยาที่ใช้หยอดเข้าสู่ดวงตาโดยตรง เพื่อรักษาและบรรเทาอาการผิดปกติต่าง ๆ ของดวงตา ไม่ว่าจะเป็นตาแดง ตาแห้ง แพ้ตา หรืออาการติดเชื้อ ยาหยอดตาเป็นยาเฉพาะทางที่ถูกออกแบบมาให้สัมผัสกับเนื้อเยื่อที่บอบบางของดวงตาโดยตรง จึงต้องใช้อย่างถูกวิธีและถูกชนิดเสมอ จากการตรวจสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพบว่า ผู้ป่วยจำนวนมากใช้ยาหยอดตาผิดประเภทหรือผิดวิธี ซึ่งส่งผลให้อาการแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องยาหยอดตาอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ประเภท วิธีใช้ที่ถูกต้อง ตลอดจนข้อควรระวังที่ควรรู้


KEY TAKEAWAY

  • ยาหยอดตาควรเลือกใช้งานให้ถูกประเภทตามอาการ
  • ล้างมือก่อนหยอดยาทุกครั้ง และอย่าให้ปลายขวดแตะดวงตา
  • ทิ้งยาหลังเปิดใช้ครบ 28–30 วัน แม้จะยังเหลืออยู่
  • ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนหยอดยาเสมอ และรอ 15–30 นาทีก่อนใส่กลับ
  • ปรึกษาจักษุแพทย์สำหรับยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ และยาต้อหิน

สารบัญบทความ


ยาหยอดตา คืออะไร?

ยาหยอดตา คืออะไร

ยาหยอดตา คือ ยาสารละลายหรือสารแขวนลอยที่ถูกออกแบบมาเฉพาะให้หยอดเข้าสู่ดวงตาโดยตรง เพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการผิดปกติต่าง ๆ ตั้งแต่อาการตาแห้ง ตาแดง แพ้ตา ไปจนถึงโรคติดเชื้อและต้อหิน ยาหยอดตาแต่ละชนิดมีส่วนประกอบและกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกใช้ให้ตรงกับอาการและหากไม่แน่ใจว่าเลือกใช้ยาหยอดตาได้ถูกประเภทตามอาการหรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกยาหยอดตา


ยาหยอดตามีกี่ประเภท? แต่ละชนิดรักษาอะไรบ้าง?

ยาหยอดตาไม่ได้มีเพียงชนิดเดียวแล้วใช้ครอบคลุมได้ทุกอาการ แต่มีหลายประเภทแบ่งตามกลไกการออกฤทธิ์และอาการที่ต้องการรักษา การเลือกใช้ผิดประเภทอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลหรือเกิดผลข้างเคียงได้ ทีมจักษุแพทย์ของเราขอแนะนำยาหยอดตาแต่ละประเภท เพื่อให้ทุกคนเข้าใจก่อนเลือกใช้

น้ำตาเทียม (Artificial Tears) สำหรับตาแห้ง

น้ำตาเทียม หรือ ยาหยอดตาสำหรับตาแห้ง เป็นประเภทที่สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์ ทำหน้าที่เลียนแบบน้ำตาธรรมชาติ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดวงตา บรรเทาอาการตาแห้ง แสบ ระคายเคือง หรืออ่อนล้าจากการใช้หน้าจอนาน ๆ

  • เหมาะสำหรับ : ตาแห้งจากสิ่งแวดล้อม (แอร์, ลม), ตาล้าจากหน้าจอ, ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ที่มีอาการตาแห้ง
  • ตัวอย่างยา : Carboxymethylcellulose (CMC), Hyaluronic Acid, Polyethylene Glycol (PEG)

รู้จักวิธีถนอมสายตา แก้ปัญหาตาล้าไม่ต้องหยอดตาบ่อย ๆ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : 7 วิธีถนอมสายตาจากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ สำหรับชาวออฟฟิศ

ยาหยอดตาแก้แพ้ (Antihistamine Eye Drops) สำหรับบรรเทาอาการแพ้

ยาหยอดตาสำหรับรักษาอาการแพ้บริเวณดวงตา เช่น คันตา ตาแดง น้ำตาไหลจากการแพ้ละอองเกสร ฝุ่นหรือขนสัตว์ ยาประเภทนี้บางชนิดหาซื้อเองได้ที่ร้านขายยา แต่บางชนิดต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ต้าน Histamine ที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ คัน และตาแดงจากอาการแพ้

  • เหมาะสำหรับ : คนที่มีอาการแพ้ฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ต่าง ๆ แล้วเกิดการระคายเคืองบริเวณดวงตา
  • ตัวอย่างยา : Olopatadine, Ketotifen, Azelastine

ยาหยอดตาปฏิชีวนะ (Antibiotic Eye Drops) สำหรับคนที่ตามีอาการติดเชื้อ

ยาหยอดตาปฏิชีวนะใช้ในการรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียในดวงตา เช่น เยื่อบุตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ตาแดง มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวออกมา ยาประเภทนี้ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เสมอ เพราะหากใช้ผิดชนิดอาจทำให้เชื้อดื้อยาและอาการติดเชื้อรุนแรงขึ้นได้

  • เหมาะสำหรับ : ติดเชื้อที่ตา (Bacterial Conjunctivitis), แผลกระจกตาจากเชื้อแบคทีเรีย
  • ตัวอย่างยา : Tobramycin, Ciprofloxacin, Chloramphenicol

ยาหยอดตาสเตียรอยด์ (Steroid Eye Drops) สำหรับคนที่ตาอักเสบ

ยาหยอดตาสเตียรอยด์ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่รุนแรง ใช้รักษาอาการตาอักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น หลังการผ่าตัดตา หรือโรคตาอักเสบชนิดต่าง ๆ ยาประเภทนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์เท่านั้น เพราะอาจเพิ่มแรงดันตาจนเกิดต้อหิน หรือทำให้เกิดต้อกระจกได้

  • เหมาะสำหรับ : ตาอักเสบ (Uveitis), ภาวะหลังผ่าตัดตา, ยาหยอดตาแก้อักเสบรุนแรง
  • ตัวอย่างยา : Prednisolone Acetate, Dexamethasone, Fluorometholone

ยาต้อหิน (Glaucoma Eye Drops) ช่วยลดแรงดันในลูกตา

ยาหยอดตาสำหรับต้อหินใช้ลดแรงดันในลูกตา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการทำลายเส้นประสาทตาในผู้ป่วยต้อหินต้องใช้ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น และต้องหยอดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะต้อหินที่ไม่ได้รับการควบคุมอาจทำให้ตาบอดได้

  • เหมาะสำหรับ : ผู้ป่วยเป็นโรคต้อหิน
  • ตัวอย่างยา : Timolol, Latanoprost, Dorzolamide

ขั้นตอนและวิธีใช้ยาหยอดตาอย่างถูกต้อง

ขั้นตอนการยาหยอดตา

การหยอดตาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่และป้องกันการปนเปื้อน ทีมจักษุแพทย์ของเราขอแนะนำขั้นตอนการหยอดตาดังต่อไปนี้

  1. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ อย่างน้อย 20 วินาที ก่อนสัมผัสดวงตาหรือขวดยาทุกครั้ง
  2. เงยหน้าขึ้น มองไปที่เพดาน เพื่อเปิดพื้นที่รับยาและป้องกันไม่ให้กะพริบตาขณะใช้ยาหยอดตา
  3. ดึงเปลือกตาล่างเบา ๆ เพื่อสร้างช่องสำหรับรองรับยาหยอดตา
  4. หยอดยา 1–2 หยด ห่างจากตาประมาณ 1–2 เซนติเมตร อย่าให้ปลายขวดแตะดวงตาหรือขนตาเด็ดขาด
  5. ปิดตาเบา ๆ 1–2 นาที ห้ามกะพริบตาแรง ๆ เพราะจะทำให้ยาหลุดออกไปก่อนที่จะซึม
  6. หากต้องหยอดยาหลายชนิด ให้รอ 5 นาทีก่อนหยอดชนิดถัดไป เพื่อให้ยาแรกซึมเข้าดวงตาก่อน

ข้อควรระวังในการใช้ยาหยอดตา

นอกจากวิธีใช้ยาหยอดตาที่ถูกต้องแล้วยังมีข้อควรระวังอื่น ๆ ที่ควรเอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นอายุการใช้งานของยาหยอดตา การใช้ร่วมกับคอนแทคเลนส์ รวมถึงผลข้างเคียงของยา ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา จักษุแพทย์เลยจะขอแนะนำข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  • อายุการใช้งานหลังเปิดขวดอยู่ที่ 28-30 วัน : ยาหยอดตาส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 1 เดือน เพราะประสิทธิภาพของยาจะลดลงและเสี่ยงต่อการปนเปื้อน หลังครบ 1 เดือน แนะนำให้ทิ้งยาหยอดตา ถึงแม้ว่าจะยังใช้ไม่หมดก็ตาม
  • การใช้ยาหยอดตากับคอนแทคเลนส์ : ควรถอดคอนแทคเลนส์ก่อนหยอดตาเสมอ ยกเว้นน้ำตาเทียมที่ใช้ร่วมกับคอนแทคเลนส์ได้ หลังหยอดตาเสร็จ 30 นาทีถึงจะใส่ยาหยอดตากลับได้ และควรระวังสารกันบูดในยาหยอดตาที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองตาได้
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาหยอดตา : อาจมีอาการเจ็บแสบเล็กน้อยหลังหยอด หรือมีอาการตาพร่าตาแดงชั่วคราวที่สามารถหายเองได้ นอกจากนั้นยังอาจเกิดอาการขมในคอ เพราะยาหยอดตาไหลเข้าไปในท่อน้ำตา ให้แก้ไขโดยการกดหัวตาไว้ 2-3 นาที
  • สัญญาณเตือนว่าต้องไปพบแพทย์ : หากอาการแย่ลง รู้สึกปวดบริเวณดวงตามาก ๆ การมองเห็นเปลี่ยนไป เช่น ภาพตรงหน้าเบลอ หรือมีอาการแพ้หายใจติดขัด อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าควรพบแพทย์ทันที

รู้จักยาหยอดตาทุกประเภท ดูแลดวงตาอย่างถูกต้องและปลอดภัย

ยาหยอดตา มีหลายประเภทตามอาการที่ต้องการรักษา ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาเทียมสำหรับตาแห้ง ยาหยอดตาแก้อาการแพ้ ยาหยอดตาปฏิชีวนะสำหรับติดเชื้อที่ตา หรือยาหยอดตาสเตียรอยด์สำหรับตาอักเสบ การเลือกใช้ให้ถูกชนิดและถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยของดวงตาคุณ

ที่ สถาบันจักษุวิทยา สมิติเวช ไชน่าทาวน์ ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำเรื่องยาหยอดตาและดูแลสุขภาพดวงตาของคุณอย่างครบวงจร ด้วยมาตรฐาน BDMS และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย มั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด นอกจากดูแลสุขภาพตาและยาหยอดตาแล้วที่สมิติเวช ไชน่าทาวน์ยังมีการทำเลสิค สำหรับคนที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตาเอียง มีให้เลือกทั้ง Relex Smile และ Femto Lasik ปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่

ช่องทางติดต่อ


คำถามที่พบบ่อย

ยาหยอดตาต้องใช้ใบสั่งแพทย์ไหม?

ยาหยอดตาไม่ต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ทุกชนิด น้ำตาเทียมและยาหยอดตาแก้แพ้บางชนิดซื้อได้ที่ร้านขายยาโดยไม่ต้องใบสั่งแพทย์ อย่างไรก็ตาม ยาหยอดตาปฏิชีวนะ ยาหยอดตาสเตียรอยด์ และยาต้อหินต้องมีใบสั่งจากจักษุแพทย์เสมอ เนื่องจากมีผลข้างเคียงรุนแรงหากใช้ไม่ถูกต้อง

ยาหยอดตากับคอนแทคเลนส์ใช้ร่วมกันได้ไหม?

โดยทั่วไปควรถอดคอนแทคเลนส์ออกก่อนหยอดยาเสมอ และรอ 15–30 นาทีก่อนใส่กลับ ยกเว้นน้ำตาเทียมบางชนิดที่ระบุในฉลากว่าสามารถใช้ขณะใส่คอนแทคได้ สารกันบูดในยาหยอดตาส่วนใหญ่อาจสะสมในคอนแทคเลนส์นิ่มและก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

เด็กใช้ยาหยอดตาได้ไหม?

เด็กสามารถใช้ยาหยอดตาได้แต่ต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะ ไม่ควรใช้ยาของผู้ใหญ่กับเด็กโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากขนาดยาและส่วนประกอบแตกต่างกันและอาจเป็นอันตรายได้ สำหรับทารกและเด็กเล็กควรได้รับการวินิจฉัยและใบสั่งยาจากกุมารแพทย์หรือจักษุแพทย์เด็กเสมอ

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ