เปลือกตาอักเสบ ภัยใกล้ตัวที่ป้องกันได้ หากเข้าใจสาเหตุ
บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 9 มีนาคม 2569

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบาง และหลายครั้งเรามักมองข้ามความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณรอบดวงตา โดยเฉพาะอาการระคายเคืองที่ดูเหมือนจะไม่อันตราย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของเปลือกตาอักเสบ ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับความผิดปกตินี้อย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นตอของสาเหตุไปจนถึงวิธีการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณมองเห็นอย่างสบายตาอีกครั้ง
KEY TAKEAWAY
- เปลือกตาอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย ปัญหาผิวมัน หรือความผิดปกติของต่อมไขมันที่เปลือกตา
- การดูแลความสะอาดและประคบอุ่นที่ดวงตา ช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้
- หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น กระจกตาเสียหายได้
สารบัญบทความ
เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) คือการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณขอบเปลือกตา ซึ่งเป็นจุดที่ขนตางอกออกมา โดยปกติแล้วบริเวณนี้จะมีต่อมไขมันเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่ผลิตไขมันออกมาป้องกันน้ำตาระเหย แต่เมื่อเกิดการอุดตันหรือติดเชื้อ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมาได้ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่จะเป็น ๆ หาย ๆ และสร้างความรำคาญจนรบกวนการใช้ชีวิตได้

เปลือกตาอักเสบมีหลายลักษณะ การรู้ว่าอาการที่เป็นอยู่คือชนิดไหนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ตามสาเหตุการเกิด ดังนี้
- การติดเชื้อแบคทีเรียสแตฟีโลค็อกคัส (Staphylococcal Blepharitis) : ปกติแล้วแบคทีเรียตัวนี้จะอาศัยอยู่บนผิวหนังของมนุษย์ แต่ในบางภาวะที่เชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้น อาจกระตุ้นให้เปลือกตาอักเสบได้
- การอักเสบที่ผิวหนังรอบต่อมไขมัน (Seborrheic Blepharitis) : มีลักษณะตกสะเก็ดคล้ายรังแค แต่มาเกิดขึ้นที่บริเวณคิ้วและขอบเปลือกตาแทน
- ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ (Meibomian Gland Dysfunction - MGD) : เกิดจากต่อมไมโบเมียน (Meibomian Gland) ที่เปลือกตาทำงานผิดปกติ ถ้าผลิตไขมันน้อยไป น้ำตาจะระเหยเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะตาแห้งหรือแสบตาง่าย แต่ถ้าผลิตมากไปอาจทำให้มีคราบขี้ตาเกาะแน่นได้
ต้นตอสำคัญที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเปลือกตาอักเสบในผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่ มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่
- การอุดตันของต่อมไขมัน : เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด หากต่อมไขมันอุดตันมักจะนำไปสู่การอักเสบได้บ่อย ๆ
- การติดเชื้อแบคทีเรีย : โดยเฉพาะ Staphylococcus ที่มีโอกาสพบเจอได้มากบนผิวหนังมนุษย์ รวมถึงบริเวณโคนขนตา
- ตัวไรขนตา (Demodex) : การมีปรสิตจำนวนมากอาศัยอยู่ที่รากขนตา คอยกัดกินเซลล์ผิวหนังและไขมันเป็นอาหาร จะกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงได้
- ภูมิแพ้ : การแพ้เครื่องสำอาง น้ำยาคอนแทคเลนส์ หรือแม้แต่ยาหยอดตาบางชนิด เป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกตินี้ได้ทั้งสิ้น
- ปัจจัยร่วมอื่น ๆ : เช่น อากาศแห้ง การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือการใช้สายตาอย่างหนัก
อาการของโรคนี้มักจะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ต้องคอยสังเกตความผิดปกติอย่างต่อเนื่อง เปลือกตาอักเสบอาการมีดังนี้
- ระคายเคืองตา : รู้สึกเหมือนมีฝุ่นผงหรือเม็ดทรายอยู่ในตาตลอดเวลา
- คันและเจ็บ: มีอาการคันตาบริเวณขอบเปลือกตาอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาตื่นนอน
- มีคราบขี้ตา : ในตอนเช้าอาจพบว่ามีขี้ตาแฉะ ๆ หรือแห้งกรังติดอยู่ที่ขนตาจนลืมตาลำบาก
- เปลือกตาผิดปกติ: ขอบเปลือกตามีลักษณะบวมแดง หรือมีสะเก็ดรังแคเล็ก ๆ เกาะอยู่ที่โคนขนตา
- ความผิดปกติของดวงตา : มักจะมีอาการตาแดง สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหลง่าย หรือบางคนอาจรู้สึกตาแห้งผิดปกติ

หากปล่อยให้เปลือกตาอักเสบเกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลเสียต่อดวงตาได้หลายประการ ดังนี้
- ความผิดปกติของขนตา: การอักเสบที่รากขนตาบ่อย ๆ ทำให้ขนตาร่วงง่าย ขนตาที่งอกใหม่อาจขึ้นผิดทิศทาง หรืองอกย้อนกลับไปทิ่มกระจกตาได้
- ความผิดปกติของผิวหนังเปลือกตา: การอักเสบที่ยาวนานอาจทำให้เกิดแผลเป็นบริเวณขอบเปลือกตา หรือทำให้ขอบเปลือกตาม้วนเข้าด้านในหรือม้วนออกด้านนอก
- ปัญหาเกี่ยวกับน้ำตา: การที่ต่อมไขมันทำงานผิดปกติ มีผลให้ตาแห้งเรื้อรัง แสบตาง่าย หรือมีอาการน้ำตาไหลพราก
- ตากุ้งยิงและถุงน้ำที่เปลือกตา: เมื่อต่อมไขมันอุดตันจากการที่เปลือกตาอักเสบ จะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อนจนกลายเป็นตากุ้งยิง หรือหากการอักเสบหายไปแต่การอุดตันยังอยู่ ก็จะกลายเป็นก้อนนูนแข็งบนเปลือกตาได้
- กระจกตาเสียหาย : การระคายเคืองจากเปลือกตาหรือขนตา อาจทำให้กระจกตาเป็นแผล และหากรุนแรงอาจทำให้กระจกตาขุ่นมัวจนส่งผลต่อการมองเห็นได้
ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ แต่มีปัจจัยบางอย่างที่มีผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงหรือกระตุ้นให้เปลือกตาอักเสบได้ง่ายขึ้น ดังนี้
- อายุที่เพิ่มขึ้น : ยิ่งอายุมากขึ้น การทำงานของต่อมไขมันที่เปลือกตาจะเสื่อมถอยลง
- โรคผิวหนังประจำตัว ผู้ที่เป็นโรคโรซาเซีย (Rosacea) หรือโรคเซบเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- การทำความสะอาดไม่ดี : โดยเฉพาะคนที่แต่งหน้าและล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาไม่หมดจด
- การใช้คอนแทคเลนส์ : การใส่นานเกินไปหรือไม่ดูแลความสะอาดของเลนส์อย่างถูกวิธี อาจทำให้เกิดการอักเสบได้
- สุขอนามัย: การใช้มือที่สกปรกขยี้ตาบ่อย ๆ เป็นการนำเชื้อโรคและสิ่งสกปรกเข้าสู่ดวงตาโดยตรง

เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเปลือกตาอักเสบวิธีรักษาจะเน้นไปที่การบรรเทาอาการอักเสบ ร่วมไปกับการรักษาความสะอาดรอบดวงตาด้วยวิธีเหล่านี้
- การประคบอุ่น : ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบที่เปลือกตาประมาณ 5-10 นาที ความร้อนจะช่วยให้ไขมันที่อุดตันอ่อนตัวลง และไหลออกมาได้ง่ายขึ้น
- การทำความสะอาดเปลือกตา : ด้วยน้ำยาทำความสะอาดเปลือกตาโดยเฉพาะ เช็ดเบา ๆ บริเวณโคนขนตาเพื่อขจัดคราบไขมัน แบคทีเรีย และสะเก็ดต่าง ๆ
- การใช้ยา: คุณอาจสงสัยว่าเปลือกตาอักเสบใช้ยาอะไร ยาที่ใช้อาจเป็นยาปฏิชีวนะในรูปแบบขี้ผึ้งป้ายตา ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หรือน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตา
- การปรับพฤติกรรมการกิน : เปลือกตาอักเสบห้ามกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ หากอยากหายไว ๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นการอักเสบ เช่น ของทอด ของมัน หรืออาหารรสจัด
ส่วนคำถามที่ว่าเปลือกตาอักเสบกี่วันหาย คำตอบขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากเป็นในระยะเริ่มแรกและแก้ไขได้เร็ว ส่วนใหญ่แล้วอาการจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

การป้องกันเปลือกตาอักเสบเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันบางอย่าง ตัวอย่างการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการอักเสบ มีดังนี้
- รักษาความสะอาดบนในหน้า : หมั่นดูแลความสะอาดของใบหน้าและดวงตาอยู่เสมอ และล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจด
- ล้างมือให้สะอาด: ก่อนสัมผัสใบหน้าหรือดวงตา
- ทานอาหารที่ดี : เช่น อาหารที่มีโอเมก้า-3 เพื่อช่วยลดการอุดตันของไขมันบริเวณเปลือกตา
แม้ว่าเปลือกตาอักเสบจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่การรับมือไม่ถูกต้องอาจมีผลเสียต่อดวงตาและการมองเห็นได้ ดังนั้น ต้องอย่ามองข้ามอาการคันตาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด
หากคุณกำลังมองหาแพทย์เฉพาะทางด้านดวงตา โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ พร้อมเคียงข้างคุณด้วยทีมจักษุแพทย์มากประสบการณ์และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย เพื่อการดูแลที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน
ช่องทางติดต่อ
References
David Turbert. (2025, December 01). What Is Blepharitis?. American Academy of Ophthalmology. https://www.aao.org/eye-health/diseases/what-is-blepharitis
Mayo Clinic Staff. (2025, September 20). Blepharitis. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/blepharitis/symptoms-causes/syc-20370141
National Eye Institute Staff. (2024, December 4). Blepharitis. National Eye Institute. https://www.nei.nih.gov/learn-about-eye-health/eye-conditions-and-diseases/blepharitis
เปลือกตาอักเสบเป็นอันตรายไหม?
เปลือกตาอักเสบไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่หากปล่อยเรื้อรังอาจทำให้กระจกตาติดเชื้อ เป็นแผล หรือขนตาเกทิ่มตา ซึ่งส่งผลเสียต่อการมองเห็นได้
ควรพบแพทย์เมื่อเปลือกตาอักเสบเมื่อไหร่?
ควรพบแพทย์หากประคบอุ่นและทำความสะอาดตาแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือกรณีที่มีอาการปวดตา ตามัว เปลือกตาบวมแดงอย่างหนัก หรือมีหนองไหลออกมา