บทความสุขภาพ

PRK รักษาสายตาสั้นยาวเอียง ข้อดีข้อเสีย ต่างจาก LASIK อย่างไร

บทความโดย: วันที่อัพเดท: 9 กันยายน 2569

PRK

PRK คือหนึ่งในวิธีการรักษาค่าสายตาที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยการใช้เลเซอร์ปรับพื้นผิวกระจกตาชั้นบนให้เข้ากับค่าสายตา แทนการสวมใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ PRK เป็นทางเลือกที่เหมาะโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือตาแห้ง เนื่องจากมีข้อจำกัดน้อยกว่าเลสิก

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ PRK ตั้งแต่หลักการทำงาน เทคนิคที่ใช้ ข้อดี-ข้อเสีย ไปจนถึงความแตกต่างระหว่าง PRK กับ LASIK รวมถึงวิธีเตรียมตัวและดูแลตนเองหลังทำ


KEY TAKEAWAY

  • PRK คือการรักษาสายตาโดยใช้เลเซอร์ปรับกระจกตาชั้นบน ไม่ต้องผ่าหรือเปิดฝากระจกตา เหมาะสำหรับผู้ที่กระจกตาบางหรือตาแห้ง
  • PRK ให้ผลถาวร ผลข้างเคียงน้อย และมีข้อจำกัดน้อยกว่าเลสิก จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ทำเลสิกไม่ได้
  • ภาวะกระจกตาบางเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยทางพันธุกรรม โรคประจำตัว พฤติกรรม หรือผลจากการผ่าตัด
  • การเลือกโรงพยาบาลที่มีจักษุแพทย์และอุปกรณ์ผ่านมาตรฐาน คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำ PRK ให้ปลอดภัยและได้ผลดี

สารบัญบทความ


PRK (Photorefractive Keratectomy) คืออะไร

PRK คือวิธีการรักษาค่าสายตาที่ใช้เลเซอร์ปรับพื้นผิวกระจกตาชั้นบนให้เข้ากับค่าสายตา ซึ่งแตกต่างจากเลสิกตรงที่ไม่มีการเปิดฝากระจกตา ในบางครั้ง PRK LASIK คือคำที่ใช้เรียกรวม ๆ เนื่องจากทั้งสองวิธีต่างก็ปรับกระจกตาด้วยเลเซอร์เหมือนกัน

PRK มีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 นับเป็นวิธีการรักษาค่าสายตาด้วยเลเซอร์ที่เก่าแก่ที่สุด และยังคงได้รับความนิยมในปัจจุบัน ด้วยข้อดีที่ให้ผลถาวร มีผลข้างเคียงน้อย สามารถตรวจสายตาเพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนทำได้ อีกทั้งยังเป็นวิธีการรักษาค่าสายตาวิธีเดียวที่สามารถทำได้สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพนักบิน ทหาร หรือตำรวจ


เทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาด้วยวิธี PRK

การทำ PRK อาศัยเลเซอร์ประเภท Excimer Laser ซึ่งปล่อยแสงอัลตราไวโอเลตพลังงานสูงในช่วงความยาวคลื่น 193 นาโนเมตร เพื่อเจียเนื้อเยื่อกระจกตาออกทีละชั้นบาง ๆ อย่างแม่นยำ โดยไม่ส่งความร้อนไปทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้การปรับรูปทรงกระจกตามีความละเอียดสูงในระดับไมโครเมตร

ปัจจุบันระบบที่ใช้ร่วมกับ Excimer Laser ได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น อาทิ Eye-tracking System ที่ติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตาแบบเรียลไทม์ระหว่างการยิงเลเซอร์ ช่วยลดความคลาดเคลื่อนและเพิ่มความปลอดภัยในกระบวนการรักษา นอกจากนี้ยังมีระบบ Wavefront-guided ที่วิเคราะห์ค่าสายตาเฉพาะบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด


เทคนิคที่ใช้แก้ค่าสายตาด้วย PRK

การทำ PRK มีเทคนิคหลักอยู่ 2 รูปแบบ ซึ่งต่างกันที่วิธีการนำเยื่อหุ้มกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออกก่อนการยิงเลเซอร์

  • Standard PRK : แพทย์ใช้สารละลายแอลกอฮอล์หรือเครื่องมือ Microkeratome ลอกชั้น Epithelium ออกด้วยมือ จากนั้นจึงใช้ Excimer Laser ปรับพื้นผิวกระจกตา เป็นเทคนิคดั้งเดิมที่ใช้มานานและมีงานวิจัยรองรับมากมาย
  • Trans PRK : คือเทคนิค No-touch ที่ใช้เลเซอร์ลอก Epithelium และปรับกระจกตาในขั้นตอนเดียวกันโดยไม่ต้องสัมผัสดวงตา ลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ และลดความเจ็บปวดระหว่างการรักษา นับเป็นเทคนิคที่ทันสมัยกว่า Standard PRK

PRK ช่วยแก้ไขปัญหาสายตาแบบใด

กระจกตาบาง รักษายังไง

การทำ PRK ช่วยแก้ปัญหาสายตาสั้น, สายตาสั้นข้างเดียว และสายตาเอียง โดยสามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ไม่เกิน 500 (-5.00 Diopters) และเอียงไม่เกิน 200 (-2.00 Diopters) นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือตาแห้ง ซึ่งคนที่มีกระจกตาบางจะทําเลสิกไม่ได้เนื่องจากเลสิกต้องตัดกระจกตาชั้นบนออก ทำให้กระจกตายิ่งบางลง และในกรณีตาแห้ง เลสิกจะยิ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้น PRK จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยและเหมาะสมกว่าสำหรับคนกลุ่มนี้ 


PRK กับ LASIK ต่างกันอย่างไร

ทั้ง PRK และ LASIKต่างกันที่ตำแหน่งของกระจกตาที่เลเซอร์เข้าไปปรับ โดย PRK จะเป็นการปรับที่กระจกตาชั้นบนด้วยการลอก Epithelium ออกแล้วยิงเลเซอร์โดยตรง ไม่มีการเปิดแฟลบ ส่วน LASIK จะเป็นการกรีดกระจกตาชั้นบนออกเป็นฝา (Flap) แล้วยิงเลเซอร์ที่ชั้นกลาง (Stroma) จากนั้นปิดแฟลบกลับคืน ทำให้ฟื้นตัวเร็วกว่า แต่มีความเสี่ยงจากแฟลบในระยะยาว

ข้อได้เปรียบของ PRK คือไม่มีรอยกรีดแฟลบ กระจกตาสามารถฟื้นฟูตนเองได้ตามธรรมชาติ และหากเกิดอุบัติเหตุกระทบดวงตาในอนาคต ก็ไม่มีความเสี่ยงจากแฟลบที่อาจเลื่อนหรือหลุดออก ในขณะที่ LASIK มีข้อได้เปรียบด้านการฟื้นตัวที่รวดเร็ว มองเห็นชัดภายในวันแรก และสามารถแก้ไขค่าสายตาสูง ๆ ได้ดีกว่า


PRK กับ Femto LASIK ต่างกันอย่างไร

PRK และ Femto Lasikต่างกันที่วิธีการเข้าถึงกระจกตาและระยะเวลาฟื้นตัว โดย PRK จะเป็นการลอก Epithelium ออกแล้วยิง Excimer Laser ที่ผิวกระจกตาชั้นบนโดยตรง ไม่มีแฟลบ ต้องใส่คอนแทคเลนส์พิเศษ 5-7 วันเพื่อรอเยื่อหุ้มสร้างใหม่ ส่วน Femto LASIK ใช้เลเซอร์ Femtosecond เปิดแฟลบกระจกตา แล้วต่อด้วย Excimer Laser ปรับกระจกตาชั้นกลาง (Stroma) จากนั้นปิดแฟลบกลับ ระยะฟื้นตัวสั้นกว่า มองชัดได้เร็วกว่า แต่อาจมีความเสี่ยงจากแฟลบในระยะยาว 


PRK กับ ReLEx SMILE ต่างกันอย่างไร

ReLEx SMILE ใช้เลเซอร์ Femtosecond เข้าไปที่กระจกตาชั้นกลางโดยตรง สร้างชิ้นเนื้อเยื่อรูปเลนส์ที่เรียกว่า Lenticule แล้วนำออกผ่านแผลขนาดเล็กบนผิวตา ไม่มีการลอก Epithelium แบบ PRK และไม่เปิดแฟลบแบบ LASIK ทำให้ไม่มีอาการเจ็บหลังผ่าตัดมากนัก และฟื้นตัวได้เร็วกว่า PRK อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีวิธีการปรับค่าสายตาที่เรียกว่า Trans PRK เหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบางและไม่สามารถทำ ReLEx SMILE Proได้ เพราะทั้งวิธี ReLEx SMILE และ SMILE Pro ต้องการความหนากระจกตาเพียงพอสำหรับการสร้าง Lenticule ในชั้นกลาง


ข้อดีของการทำ PRK 

Trans PRK รีวิว

การทำ PRK เป็นเทคโนโลยีการปรับแก้ไขสายตาที่มีจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพที่ได้หลังทำ และผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว โดยมีข้อดีดังนี้

  • ให้ผลลัพธ์ที่ถาวร
  • ผลข้างเคียงน้อยกว่าการทำเลสิก
  • ก่อนการรักษาไม่ต้องฉีดยาชา แค่หยอดยาชาก็เพียงพอ ระหว่างทำไม่เจ็บ ไม่ต้องเย็บแผล
  • กลับบ้านได้ทันทีหลังผ่า ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
  • ข้อจำกัดน้อยกว่าเลสิก ผู้ที่มีกระจกตาบาง ตาแห้ง ตาเล็ก เบ้าตาลึก หรือเป็นโรคที่ทำเลสิกไม่ได้เช่นต้อหิน สามารถทำ PRK ได้ (แต่ผู้ป่วยที่เป็นต้อหินต้องได้รับการวินิจฉัยจากจักษุแพทย์ก่อนเท่านั้น)
  • กระจกตาไม่มีความเสี่ยงกระจกตาเปิดจากการผ่าแฟลบเหมือนการทำเลสิก
  • หลังผ่าตัดเกิดผลข้างเคียงได้น้อย โดยเฉพาะอาการตาแห้งที่พบมากหลังทำเลสิก จะพบได้น้อยมากหลังทำ PRK
  • มีโอกาสในการทำงานมากขึ้น ผู้ที่ประกอบอาชีพนักบิน ทหาร ตำรวจ สามารถทำได้
  • ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ต้องใส่แว่นเหมือนเดิม

ข้อจำกัดการทำ PRK

PRK มีข้อเสีย และข้อจำกัดต่าง ๆ ดังนี้

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่เจ็บระบมค่อนข้างมากหลังยาชาหมดฤทธิ์ เจ็บ แสบ ระคายเคือง ลืมตาไม่ขึ้น สู้แสงไม่ได้ ภาพไม่ชัดในช่วงแรกค่อนข้างนาน อาจใช้เวลาประมาณ 7 วัน
  • แผลหายช้า ต้องใส่คอนแทคไว้ 5-7 วัน เพื่อให้เยื่อหุ้มกระจกตาสร้างขึ้นมาอีกครั้ง
  • หลังทำเลสิกหรือ PRK ต้องหยอดยาสเตียรอยด์ ซึ่งหลังจากทำ PRK จะต้องใช้ยาสเตียรอยด์นี้เป็นเวลานานกว่าการทำเลสิก
  • ติดเชื้อได้ง่ายกว่าการทำเลสิกเล็กน้อย เพราะแผลมีขนาดใหญ่กว่า

ผู้ที่เหมาะกับการทำ PRK

การผ่าตัดปรับสายตาด้วยวิธี PRK เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงื่อนไขและคุณสมบัติ ดังนี้

  • ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ค่าสายตาต้องคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 1 ปี
  • ไม่ได้มีโรคที่กระจกตา มีประวัติกระจกตาถลอก หรือกระจกตาเคยหลุดลอกมาก่อน
  • ไม่มีโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการผ่าตัดดวงตา เช่น โรคเบาหวาน
  • สายตาสั้น หรือเอียงไม่มากเกินกว่าจะรักษาได้
  • เหมาะกับผู้ที่กระจกตาบางกว่าปกติ ตาแห้งแบบรักษายาก กระจกตาโค้งผิดรูป
  • ผู้ที่เป็นต้อหินสามารถทำได้ในบางกรณี ผู้ที่สนใจจะต้องปรึกษากับแพทย์ก่อน
  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น และต้องการประกอบอาชีพนักบิน ตำรวจ หรือทหาร

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการทำ PRK

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การทำ PRK ราบรื่นและลดความเสี่ยงหลังผ่าตัดได้

  • งดสวมใส่คอนแทคเลนส์ก่อนวันตรวจ โดย Soft Lens งดอย่างน้อย 3 วัน ส่วน Hard Lens งดอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้กระจกตาคืนรูปร่างตามปกติ ส่วนแว่นตาใส่ได้ตามปกติ
  • เตรียมวางแผนลางาน 5-7 วันหลังทำ PRK เพื่อพักฟื้นอย่างเต็มที่
  • แพทย์นัดตรวจสภาพสายตาและสุขภาพตาก่อนผ่าตัด 
  • ห้ามขับรถมาเองทั้งวันตรวจสายตาและวันผ่าตัด เพราะหลังตรวจจะมองเห็นไม่ชัด 4-6 ชั่วโมง ควรมีผู้ดูแลมาด้วย
  • วันผ่าตัดงดน้ำหอม สเปรย์ เจลแต่งผม น้ำมัน โรลออน รวมถึงงดแต่งหน้าและทาครีมที่ใบหน้า เนื่องจากกลิ่นสารเคมีรบกวนเลเซอร์ได้
  • สวมเสื้อมีกระดุมผ่าหน้า เตรียมแว่นกันแดด และทานอาหารได้ตามปกติ แต่งดชาและกาแฟ
  • หากมีอาการผิดปกติทางดวงตาหรือร่างกายก่อนวันผ่าตัด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำ PRK

ขั้นตอนการทำ PRK

ขั้นตอนการทำ PRK ใช้เวลาไม่นาน มักไม่เกิน 15-20 นาทีต่อตาข้าง โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • หยดแอลกอฮอล์ลงบนผิวตาด้านบนกระจกตา เพื่อละลายเอาเยื่อหุ้มกระจกตาออกไป
  • ใช้เครื่องมือผ่าตัดปรับผิวกระจกตาให้เรียบ
  • ใช้ Excimer Laser ปรับกระจกตาใหม่ ให้มีรูปทรงที่พอดีกับค่าสายตาตามที่คำนวณไว้
  • ปิดแผลด้วยคอนแทคเลนส์พิเศษปิดผิวกระจกตาด้านบนไว้ ควรใส่ไว้ประมาณ 5-7 วัน เพื่อรอเวลาให้เยื่อหุ้มกระจกตาสร้างใหม่ หลังจากนั้นจึงนำคอนแทคเลนส์ออกได้ โดยที่ไม่ต้องเย็บแผลผ่าตัดแต่อย่างใด

ข้อปฏิบัติหลังการทำ PRK

การดูแลตนเองอย่างถูกต้องหลังทำ PRK ช่วยให้แผลหายเร็วและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงได้

  • ช่วง 1-7 วันแรก ห้ามถอดที่ครอบตาที่แพทย์ใส่ให้ในวันแรก กลางวันเปลี่ยนเป็นแว่นกันแดดได้ แต่กลางคืนต้องใส่ที่ครอบตากลับ
  • ห้ามขยี้ตา ห้ามสัมผัสดวงตาโดยไม่จำเป็น และห้ามให้น้ำเข้าตาในช่วงแรกอย่างเด็ดขาด
  • ทำความสะอาดตาทุกเช้าด้วยสำลีปลอดเชื้อชุบน้ำเกลือ เช็ดจากหัวตาไปหางตา
  • ใช้ยาหยอดตาและน้ำตาเทียมตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ควรหยดอย่างน้อย 4 ครั้งต่อวัน
  • พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน และหลีกเลี่ยงการใช้สายตาใน 24 ชั่วโมงแรก
  • หลังถอดคอนแทคเลนส์ ล้างหน้าได้ตามปกติ ว่ายน้ำหรือแต่งตาได้หลัง 1 เดือน และมาพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ

อาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด PRK

หลังผ่าตัด PRK ในช่วงพักฟื้นอาจเกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ ดังนี้

  • แสบตา ปวดตา คัน สู้แสงไม่ได้ หรือเปลือกตาบวม มักเกิดใน 1–5 วันแรก ลดได้โดยพักสายตาและทานยาแก้ปวดที่แพทย์จ่าย
  • น้ำตาไหล มีขี้ตามาก ใช้สำลีปลอดเชื้อเช็ดบริเวณหัวตาและหางตาได้
  • ช่วงสัปดาห์แรกอาจเห็นภาพไม่ชัด แต่จะชัดขึ้นเมื่อดวงตาปรับตัวกับกระจกตาใหม่ได้
  • แสงกระจายรอบดวงไฟ (Halo/Glare) อาจเกิดขึ้นในช่วงแรก และจะค่อย ๆ หายไปเองตามเวลา
  • ตาแห้งชั่วคราว สามารถหยดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ เพื่อบรรเทาอาการได้
  • หากค่าสายตายังขาดหรือเกินหลังทำ 2-3 เดือน แพทย์จะพิจารณาเลเซอร์เพิ่มเติม

ค่าใช้จ่ายในการทำ PRK ราคาเท่าไหร่

ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ การรักษาค่าสายตาด้วยการทำ PRK ราคาจะอยู่ที่ 35,000 บาท สามารถผ่อน 0% กับบัตรเครดิตได้

  • บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย ผ่อน 0% นาน 4 เดือน
  • บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ผ่อน 0% นาน 4 เดือน หรือ 6 เดือน
  • บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผ่อน 0% นาน 10 เดือน

โปรโมชั่นอื่นนอกเหนือจากนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ สามารถติดตามโปรโมชัน และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@samitivejchinatown

หมายเหตุ : ราคาดังกล่าวเป็นราคาเฉพาะสำหรับคนไทยเท่านั้น


ทำ PRK ที่ไหนดี

PRK คือการปรับกระจกตาอย่างถาวร เมื่อทำแล้วกระจกตาจะอยู่ในรูปแบบนั้นตลอดไป หากการรักษาเกิดความผิดพลาดการแก้ไขจะทำได้ยากหรืออาจไม่ได้เลยในบางกรณี การเลือกว่าจะทำ PRK หรือทำเลสิกที่ไหนดีควรพิจารณาโรงพยาบาลที่มีจักษุแพทย์เฉพาะทาง และใช้อุปกรณ์ทันสมัยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย

ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ มีจักษุแพทย์เฉพาะทางมากกว่า 4 ท่าน พร้อมเครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย นอกจาก PRK เรายังให้บริการรักษาสายตาสั้นด้วย ReLEx SMILE, Femto LASIK และ ICL (Implantable Collamer Lens) เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีข้อจำกัดหลากหลาย


ทำ PRK อย่างมั่นใจ ปลอดภัยในทุกขั้นตอนที่ Samitivej Chinatown 

PRK คือทางเลือกในการรักษาสายตาที่พิสูจน์ประสิทธิภาพมานานกว่า 3 ทศวรรษ เหมาะสำหรับผู้ที่ทำเลสิกไม่ได้เนื่องจากกระจกตาบาง ตาแห้ง หรือข้อจำกัดอาชีพ ให้ผลถาวร ผลข้างเคียงน้อย และไม่มีความเสี่ยงจากแฟลบในระยะยาว หากต้องการวิธีเพิ่มความหนา กระจกตาหรือแก้ค่าสายตาอย่างปลอดภัย ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเสมอ 

โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ พร้อมดูแลคุณด้วยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตั้งแต่การตรวจสายตาเพื่อประเมินความพร้อม ไปจนถึงการติดตามผลหลังผ่าตัด นอกจาก PRK แล้ว เรายังให้บริการรักษาสายตาด้วยวิธีอื่น ๆ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น SMILE Pro, ICL, Monovision และเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ 

ติดต่อสอบถามและนัดหมาย 


คำถามที่พบบ่อย

หลังทำ PRK ต้องพักฟื้นกี่วัน?

หลังทำ PRK ต้องพักฟื้นประมาณ 5-7 วัน เนื่องจากแผลผ่าตัดค่อนข้างใหญ่ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และจะระคายเคืองตามากหลังทำ จนไม่สามารถใช้สายตาได้มากนักในช่วงสัปดาห์แรก 

ทำ PRK ใช้เวลานานไหม?

ขั้นตอนการทำ PRK ใช้เวลาไม่นาน เพียง 30 นาทีก็เสร็จสิ้นการผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล 

หลังทำ PRK กี่วันถึงจะมองเห็นได้ชัดเจน

หลังทำ PRK สายตาของเราจะใช้เวลาปรับตัวกับกระจกตาใหม่ประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นจึงจะเห็นชัด 

ทำ PRK แล้วมองไม่ชัด เกิดจากอะไร

หลังทำ PRK การมองเห็นจะยังไม่ชัดทันที ดวงตาของผู้เข้ารับการรักษายังต้องปรับตัวกับกระจกตาที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ในคนไข้แต่ละคนระยะเวลาการปรับสายตาก็จะแตกต่างกันไป 

ทำไมอาชีพนักบิน ทหาร ตำรวจ ต้องทำ PRK เท่านั้น ทำเลสิกไม่ได้

เนื่องจากหลังการทำเลสิก จะเกิดแผลรอบกระจกตาจากการเปิดแฟลบ ซึ่งแฟลบนี้จะไม่ได้เชื่อมติดกับกระจกตา แต่จะยึดอยู่ติดกันด้วยเทคนิคที่ทำขึ้นจากเลเซอร์ ทำให้กระจกตาอาจจะได้รับอันตรายหากประสบอุบัติเหตุที่ดวงตาอย่างรุนแรง


References

Shortt, A.J. (2013, Jan 31). Laser-assisted in-situ keratomileusis (LASIK) versus photorefractive keratectomy (PRK) for myopia. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23440799/

Boyd, K. (2017, Sep 27). What Is Photorefractive Keratectomy (PRK)?. American Academy of Ophthalmology (AAO). https://www.aao.org/eye-health/treatments/photorefractive%20-keratectomy-prk

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ