ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ภาวะที่ทำให้ตาแห้งเรื้อรัง รักษาให้หายได้อย่างไร?
บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 14 พฤษภาคม 2569

ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน เป็นภาวะที่ต่อมไขมันไมโบเมียน (Meibomian Gland) บริเวณเปลือกตาทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ไขมันที่ควรออกมาหล่อลื่นผิวบริเวณชั้นน้ำมันมีไม่เพียงพอ น้ำตาจึงระเหยเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งเรื้อรัง ระคายเคืองตา และเปลือกตาอักเสบได้ หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและนำไปสู่ความเสียหายต่อกระจกตาในระยะยาวได้
ปัจจุบันอัตราการเกิดภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน บทความนี้จึงจะมาอธิบายเกี่ยวกับภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ทั้งสาเหตุ อาการ วิธีการวินิจฉัย ตลอดจนการรักษา เพื่อให้ทุกคนได้เฝ้าสังเกตอาการและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง
KEY TAKEAWAY
- ต่อมไขมันเปลือกตาทำหน้าที่ผลิตไขมันช่วยให้น้ำตาระเหยช้า ควบคุมความชุ่มชื้นของดวงตา และทำให้ผิวกระจกตาเรียบเนียน
- อาการต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันที่พบบ่อย คืออาการระคายเคือง ตาแห้ง รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมข้างใน ตาไม่สู้แสง และตาพร่ามัวจนส่งผลต่อการมองเห็น
- ต่อมไขมันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอายุที่มากขึ้น การจ้องจอนาน ๆ การใส่คอนแทคเลนส์ ไม่รักษาสุขอนามัยบริเวณเปลือกตา รวมถึงยาและโรคประจำตัวบางอย่าง
- วิธีรักษาต่อมไขมันอุดตัน มีตั้งแต่การประคบอุ่นด้วยตัวเองที่บ้าน การใช้ยาหยอดตา กินยาที่แพทย์สั่ง และการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์รักษา
- วิธีป้องกันต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันทำได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการจ้องหน้าจอ พักผ่อนถนอมสายตา ดื่มน้ำให้มาก ๆ และไม่ใส่คอนแทคเลนส์ติดกันนาน ๆ
สารบัญบทความ
ต่อมไขมันเปลือกตา (Meibomian Gland) เป็นต่อมไขมันขนาดเล็กที่ฝังอยู่ภายในเนื้อเยื่อเปลือกตาทั้งบนและล่าง โดยในเปลือกตาบนจะมีประมาณ 25-40 ต่อม และเปลือกตาล่างมีประมาณ 20-30 ต่อม โดยมีรูเปิดของต่อมบริเวณขอบตา ต่อมไขมันเปลือกตามีหน้าที่ผลิตไขมันมาเคลือบผิวดวงตา ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำตา ควบคุมความชุ่มชื้นของดวงตา และช่วยให้พื้นผิวกระจกตาเรียบเนียน ส่งผลให้การมองเห็นชัดเจน
เมื่อต่อมไขมันเปลือกตาทำงานผิดปกติหรือเกิดการอุดตัน ชั้นน้ำมันก็จะค่อย ๆ ลดลงและหายไป ส่งผลให้น้ำตาระเหยเร็วขึ้น เกิดการระคายเคืองจนกลายเป็นอาการตาแห้งเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็จะมีอาการรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นภาวะเปลือกตาอักเสบได้เลย

ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันมีอาการที่หลากหลาย ซึ่งมีอาการคล้ายคลึงกับอาการตาล้าหรือตาแห้งทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดแล้วมักมองข้ามอาการเหล่านี้ไป ดังนั้นเราจะมาแนะนำอาการของภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน เพื่อให้ทุกคนสามารถสังเกตอาการของตัวเองและเข้ารับการรักษาได้อย่างถูกต้อง
- ตาแห้ง แสบตา และระคายเคือง : เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือหลังใช้สายตาเป็นเวลานาน จะรู้สึกไม่สบายต่อเนื่อง อาการตาแห้งมักแย่ลงเวลามีลมหรืออากาศแห้ง เนื่องจากชั้นน้ำมันที่บางลงทำให้ตาแห้งเร็วผิดปกติ
- รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา : อาการคล้ายกับมีสิ่งแปลกปลอมเม็ดทรายหรือฝุ่นอยู่ในตา ซึ่งเป็นผลจากพื้นผิวกระจกตา (Cornea) ขาดความชุ่มชื้นและสูญเสียความเรียบเนียน ทำให้การกะพริบตาแต่ละครั้งรู้สึกระคายเคือง ทั้งที่ไม่มีสิ่งแปลกปลอมภายในดวงตา
- ตาแดง เปลือกตาบวม : การอักเสบเรื้อรังของต่อมไขมันเปลือกตาและขอบเปลือกตา ทำให้เส้นเลือดบริเวณตาขยายตัว มองเห็นตาแดงชัดเจน และเปลือกตาบวมโดยเฉพาะบริเวณขอบตา อาการนี้มักชัดเจนตอนหลังตื่นนอนตอนเช้า
- ตาพร่ามัวเป็นช่วง ๆ : การมองเห็นไม่คมชัด ภาพพร่ามัวเป็นระยะ ๆ ซึ่งมักจะดีขึ้นชั่วคราวหลังกะพริบตา เพราะการกะพริบตาจะช่วยกระจายน้ำตาบนผิวกระจกตาใหม่ อาการแบบนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นความผิดปกติของเลนส์ตา
- ตาสู้แสงไม่ได้ (Photophobia) : ตารู้สึกไวต่อแสงสว่างมากกว่าปกติ โดยเฉพาะแสงแดด ไฟสว่าง หรือแสงหน้าจอ อาการนี้เกิดจากผิวกระจกตาที่ขาดการปกป้องที่เพียงพอ ทำให้เส้นประสาทบริเวณกระจกตาไวต่อแสงมากขึ้น
- ขอบเปลือกตามีสะเก็ด คราบ หรือขุย : สังเกตเห็นคราบสีขาวขุ่นหรือสีเหลืองที่ขอบเปลือกตา โดยเฉพาะตอนตื่นนอน หรือเห็นเป็นขุยคล้ายรังแคที่โคนขนตา ซึ่งเป็นไขมันที่แข็งตัวและสะสมจากต่อมไขมันที่อุดตัน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบซ้ำ ๆ
- เป็นตากุ้งยิงซ้ำ ๆ (Stye/Hordeolum) : ตากุ้งยิงเกิดจากการติดเชื้อของต่อมที่ขอบเปลือกตา หากมีตากุ้งยิงบ่อยหลายครั้งต่อปี มักเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุ การรักษาเฉพาะตากุ้งยิงโดยไม่รักษา MGD จะทำให้เกิดซ้ำได้เรื่อย ๆ
- สายตาเกิดอาการล้าเร็วเมื่อใช้หน้าจอนาน : รู้สึกปวดตา ล้าตา หรืออ่านหนังสือได้ไม่นาน แม้สายตาจะปกติ เนื่องจากดวงตาต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยการขาดความชุ่มชื้นของผิวกระจกตา ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการโฟกัส
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันเกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งอาจเกิดขึ้นพร้อมกันหรือสะสมเป็นเวลานาน และแสดงอาการออกมาในรูปแบบต่าง ๆ โดยปัจจัยที่พบบ่อย ได้แก่
- อายุที่มากขึ้น (โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป) : เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมไขมันจะค่อย ๆ ฝ่อลีบและผลิตไขมันได้น้อยลง รวมถึงไขมันที่ผลิตออกมามีความหนืดสูงขึ้น ทำให้อุดตันรูเปิดได้ง่ายกว่า นี่เป็นปัจจัยทางธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สามารถชะลอการดำเนินโรคได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสม
- การจ้องหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน : ระหว่างที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ ดวงตาจะเกิดการกะพริบน้อยลง ทำให้ต่อมที่เปลือกตาไม่ขับไขมันออกมา ทำให้ไขมันที่สะสมเกิดการแข็งตัวจนอุดตัน เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันมากขึ้นในกลุ่มคนที่อยู่หน้าจอนาน ๆ
- การแต่งหน้าทา Eyeliner ขอบเปลือกตาด้านใน : การทา Eyeliner บริเวณที่อยู่ใกล้กับรูเปิดของต่อมไขมันมากที่สุด อาจทำให้สารเคมีในผลิตภัณฑ์อุดตันรูเปิดโดยตรง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์แต่งตาบางชนิดยังเปลี่ยนองค์ประกอบของไขมันให้หนืดและอุดตันง่าย
- การสวมคอนแทคเลนส์เป็นประจำ : คอนแทคเลนส์ที่สวมเป็นเวลานานหรือทำความสะอาดไม่ถูกต้อง อาจรบกวนการทำงานของชั้นน้ำตาและทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของต่อมไขมันเปลือกตา
- โรคประจำตัวบางชนิด : ได้แก่ Rosacea (โรคผิวหนังที่ทำให้ใบหน้าแดงและมีเส้นเลือดฝอยผิดปกติ), ภูมิแพ้, เบาหวาน, และภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อองค์ประกอบหรือคุณภาพของ ไขมันที่ต่อมผลิตออกมา ทำให้มีแนวโน้มอุดตันได้ง่ายขึ้น
- ยาบางชนิด : ยาลดความดันโลหิต ยาต้านฮิสตามีน (ยาแก้แพ้), ยาคุมกำเนิด, และยาบางชนิดในกลุ่ม Retinoid อาจส่งผลต่อคุณสมบัติและปริมาณของไขมันได้ หากท่านรับประทานยาเหล่านี้และมีอาการตาแห้ง ควรแจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาปรับการรักษา
- สุขอนามัยเปลือกตาไม่ดี : การไม่ทำความสะอาดเปลือกตาและขอบเปลือกตาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการทิ้งเครื่องสำอางค้างคืนและการล้างหน้าไม่ทั่วถึง ทำให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียสะสมอุดรูเปิดของต่อมไขมัน กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
การวินิจฉัยภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันอย่างถูกต้องต้องทำโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อประเมินสภาพของต่อมและความรุนแรงของอาการ
- การตรวจด้วย Slit Lamp : จักษุแพทย์จะใช้กล้องจุลทรรศน์แบบช่องแสง (Slit Lamp Biomicroscope) ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทางจักษุวิทยา ส่องตรวจเปลือกตาและขอบเปลือกตาอย่างละเอียด เพื่อดูสภาพของรูเปิดต่อม ความหนาของขอบเปลือกตา ลักษณะของไขมันและสัญญาณการอักเสบ
- Meibography (การถ่ายภาพต่อมไขมันด้วยแสงอินฟราเรด) : เทคโนโลยีนี้ใช้แสงอินฟราเรดถ่ายภาพต่อมไขมันภายในเปลือกตา ทำให้เห็นโครงสร้างของต่อมได้ชัดเจนว่ามีการฝ่อลีบ อุดตัน หรือขาดหายไปมากน้อยแค่ไหน ปัจจุบันถือเป็นวิธีมาตรฐานทองในการวินิจฉัย MGD เพราะให้ข้อมูลที่ชัดเจน
- การวัด Tear Break-Up Time (TBUT) : จักษุแพทย์หยอดสีย้อมพิเศษ (Fluorescein) ลงในตา แล้วให้ผู้ป่วยเปิดตาโดยไม่กะพริบ และวัดเวลาที่น้ำตาเริ่มแตกออกเป็นหย่อม ๆ บนกระจกตา หากน้ำตาแตกตัวเร็วกว่า 10 วินาที แสดงว่าชั้นน้ำมันน้ำตาไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของ MGD
- การบีบต่อมไขมันเปลือกตา (Meibomian Gland Expression) : จักษุแพทย์ใช้แรงบีบเบา ๆ ที่เปลือกตาเพื่อประเมินว่าต่อมไขมันสามารถขับไขมันออกมาได้ปกติหรือไม่ ซึ่งเป็นวิธีใช้ตรวจสอบลักษณะและปริมาณของไขมันที่ออกมา ซึ่งในคนปกติควรเป็นน้ำมันใสไหลได้ดี แต่ในผู้ป่วย MGD อาจขุ่น เป็นก้อน หรือไม่มีออกมาเลย

วิธีรักษาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันจะมีอยู่หลายแนวทางตั้งแต่การดูแลตัวเองที่บ้านไปจนถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาทางการแพทย์ การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและผลการวินิจฉัยของแพทย์
1. รักษาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันด้วยการประคบอุ่น
การประคบอุ่นเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่อาการยังไม่รุนแรง ความร้อนช่วยให้ไขมันที่แข็งตัวละลายและไหลออกมาได้ง่ายขึ้น โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น หรือเจลประคบตาสำเร็จรูปที่สามารถอุ่นในไมโครเวฟได้ โดยอุณหภูมิที่แนะนำคือ 40-45°C ซึ่งเป็นความร้อนที่ไม่มากจนเกินไป
- วางผ้าหรือเจลบนเปลือกตาปิดนาน 10-15 นาที รักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา ผ้าชุบน้ำอุ่นอาจต้องนำกลับไปอุ่นใหม่ทุก 2-3 นาที
- หลังประคบเสร็จ ใช้นิ้วนวดเปลือกตาเบา ๆ โดยนวดจากขอบด้านนอกเข้าหาขอบเปลือกตาด้านใน เพื่อช่วยดันไขมันออกจากต่อม
- ทำซ้ำ 1-2 ครั้งต่อวันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลชัดเจน
2. ยาหยอดตาและยาสำหรับรักษาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน
- น้ำตาเทียมปราศจากสารกันเสีย (Preservative-free Artificial Tears) : ช่วยเติมความชุ่มชื้นชั้นน้ำตาชั่วคราวและลดอาการตาแห้ง ควรเลือกชนิดที่ไม่มีสารกันเสียเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองจากการใช้บ่อยครั้ง
- ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Tetracycline หรือ Azithromycin : กรณีที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบของต่อมไขมันเปลือกตา แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะชนิดกินในระยะสั้น หรือครีมทาขอบเปลือกตาสำหรับลดการอักเสบเฉพาะที่
- ยาหยอดตา Cyclosporine A (0.05% หรือ 0.09%) : สำหรับกรณีที่มีอาการตาแห้งเรื้อรังจาก MGD ยาหยอดตา Cyclosporine ช่วยลดการอักเสบที่ผิวตาและกระตุ้นการผลิตน้ำตาตามธรรมชาติมากขึ้น ต้องใช้ต่อเนื่องและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
- ยาหยอดตา Lifitegrast : ยาใหม่ที่ช่วยลดการอักเสบที่พื้นผิวตาโดยกลไกที่แตกต่างจาก Cyclosporine เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาชนิดอื่น
3. การรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์
สำหรับผู้ป่วยที่รักษาด้วยตัวเองที่บ้านแล้วไม่ได้ผลหรือเริ่มมีอาการรุนแรง การรักษาด้วยเทคโนโลยีเฉพาะทางการแพทย์จะสามารถรักษาอาการที่รุนแรงได้เป็นอย่างดี
- IPL Therapy (Intense Pulsed Light) : การรักษาด้วยแสงพัลส์ความเข้มสูงที่ได้รับการพัฒนาสำหรับ MGD โดยเฉพาะ แสง IPL ช่วยกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานปกติ ลดการอักเสบเรื้อรัง กำจัดเชื้อแบคทีเรีย Demodex ที่ขอบเปลือกตา โดยทั่วไปต้องรักษา 3-4 ครั้งห่างกัน 3-4 สัปดาห์ และมีผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าการรักษาอื่น ๆ
- Thermal Pulsation (LipiFlow / iLux) : เทคโนโลยีนวัตกรรมที่ใช้ความร้อนและแรงดันนวดต่อมไขมันจากทั้งด้านนอกและด้านในเปลือกตาพร้อมกัน ในระยะเวลาประมาณ 12 นาที อุปกรณ์จะให้ความร้อน 42.5°C และแรงกดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ช่วยระบายไขมันที่อุดตันออกอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์มักคงอยู่ได้ 6–12 เดือน
- Physical Meibomian Gland Expression : การบีบต่อมไขมันด้วยอุปกรณ์พิเศษ (Forceps-based Expression) โดยจักษุแพทย์ เพื่อระบายไขมันที่อุดตันออกโดยตรง มักทำร่วมกับ IPL หรือ Thermal Pulsation เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
วิธีป้องกันต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการอุดตัน ซึ่งดีกว่าการมารักษาภายหลัง โดยเราจะขอแนะนำ 7 วิธีที่ช่วยดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน
- ทำความสะอาดเปลือกตาทุกวัน : ใช้น้ำยาทำความสะอาดเปลือกตาสำเร็จรูป (Eyelid Cleanser) หรือผ้าเช็ดเปลือกตาโดยเฉพาะ เช็ดบริเวณขอบเปลือกตาอย่างอ่อนโยนทุกเช้า เพื่อกำจัดคราบไขมัน สิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียที่สะสม ป้องกันการอุดตันของรูเปิดต่อม
- พักสายตาตามกฎ 20-20-20 : เมื่อใช้หน้าจอครบ 20 นาที ให้มองวัตถุที่อยู่ห่าง 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) นาน 20 วินาที พยายามกะพริบตาให้บ่อยขึ้นอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะในขณะทำงานกับหน้าจอ เพื่อกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงการทา Eyeliner บนขอบเปลือกตาด้านใน : หากแต่งหน้าเป็นประจำ ควรหลีกเลี่ยงการทา Eyeliner บนขอบเปลือกตาด้านใน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้กับรูเปิดต่อมไขมันมากที่สุด และล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจดทุกครั้งก่อนนอน
- ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน : การดื่มน้ำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นโดยรวมของร่างกาย รวมถึงความชุ่มชื้นของผิวเปลือกตาและน้ำตา การขาดน้ำอาจทำให้คุณภาพของน้ำตาลดลงได้
- รับประทานโอเมก้า-3 สม่ำเสมอ : ไขมันดีโอเมก้า-3 ที่พบในปลาทะเลน้ำลึก เมล็ดเจีย และวอลนัท มีช่วยปรับปรุงคุณภาพของไขมัน และลดการอักเสบเรื้อรังในต่อมไขมันเปลือกตาได้
- ไม่สวมคอนแทคเลนส์นานเกิน : ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับระยะเวลาการสวมใส่และถอดคอนแทคเลนส์ก่อนนอนเสมอ ให้ตาได้พักจากคอนแทคเลนส์อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ หากเป็นไปได้
- ตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง : การตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ตรวจพบสัญญาณเริ่มต้นของ MGD ก่อนที่ต่อมไขมันจะเสียหายถาวร ทำให้รักษาได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่า
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันหายเองได้ไหม?
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันสามารถหายเองได้ในระยะแรกที่อาการไม่รุนแรงนัก โดยการประคบเปลือกตาสม่ำเสมอและดูแลสุขอนามัยทุกวัน แต่หากเป็นกรณีที่อาการรุนแรงหรือเรื้อรังจะต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องโดยจักษุแพทย์เท่านั้น
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันต้องผ่าตัดไหม?
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันส่วนมากไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เพราะสามารถรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ประคบอุ่น ยาหยอดตา หรือ IPL ยกเว้นกรณีที่เกิดถุงน้ำไขมันขนาดใหญ่ที่ไม่ยุบตัวด้วยการรักษา อาจต้องพิจารณาเจาะระบายถุงน้ำออก ซึ่งเป็นหัตถการเล็ก ๆ ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่
รักษาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันนานแค่ไหนถึงหาย?
การรักษาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากอาการไม่รุนแรงสามารถรักษาด้วยการประคบอุ่นและยาหยอดตา อาการก็จะดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่สำหรับอาการที่รุนแรงจนต้องรักษาด้วย IPL ก็อาจต้องใช้เวลาถึง 3-6 เดือน และอาจต้องดูแลต่อเนื่องหากเป็นภาวะเรื้อรัง
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันต่างจากตาแห้งอย่างไร?
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ซึ่งหากรักษาตาแห้งด้วยยาหยอดตาเพิ่มความชุ่มชื้นเฉย ๆ ก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก เพราะไม่ได้รักษาภาวะต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันอย่างถูกต้อง
เด็กเป็นต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้ไหม?
เด็กเป็นต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้ แต่จะพบน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก ยกเว้นกรณีที่เด็กอยู่หน้าจอนาน หรือมีโรคผิวหนังอย่าง Rosacea / Atopic Dermatitis รวมถึงการสวมคอนแทคเลนส์ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน หากเด็กมีอาการตาแห้ง ตาแดง ขอบเปลือกตามีคราบหรือเป็นตากุ้งยิงซ้ำ ควรพามาพบจักษุแพทย์ทันที
ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากขึ้นในยุคดิจิทัล และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ความไม่สบายตาในชีวิตประจำวันไปจนถึงปัญหาการมองเห็น หากปล่อยให้เรื้อรังโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ตาแห้งถาวรและความเสียหายต่อกระจกตาได้ สัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ ได้แก่ ตาแห้งแสบซ้ำ ๆ ตาพร่ามัวเป็นช่วงที่ดีขึ้นหลังกะพริบ ขอบเปลือกตามีคราบ และตากุ้งยิงที่เกิดบ่อยกว่าปกติ หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ทันที
ที่ Samitivej Ophthalmological Institute (SOI) มีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้การดูแลผู้ป่วยต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและความใส่ใจที่คุณไว้วางใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทีมของเราให้บริการประเมินและวินิจฉัยด้วยเครื่อง Meibography ระบบ IPL และ Thermal Pulsation ที่ได้รับการยืนยันประสิทธิภาพ พร้อมวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การดูแลที่บ้านไปจนถึงการรักษาทางคลินิกขั้นสูง หากมีอาการหรือต้องการปรึกษาสามารถติดต่อได้ที่
ช่องทางติดต่อ