บทความสุขภาพ

เส้นเลือดฝอยในตาแตก คืออะไร? สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ถูกต้อง

บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 14 พฤษภาคม 2569

เส้นเลือดฝอยในตาแตก

หลายคนคงเคยตื่นเช้ามาแล้วพบว่าตาขาวมีสีแดงสดราวกับเลือดซึมใต้ผิวตา ทั้งที่ไม่มีอาการเจ็บปวดหรือผิดปกติ อาการดังกล่าวนี้เป็นภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตก หรือที่เรียกว่า "เลือดออกใต้เยื่อบุตา" ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้เยื่อบุตาขาวแตก ทำให้ตาขาวมีสีแดงสด แต่ไม่ส่งผลต่อการมองเห็นและมักไม่เจ็บปวด 

แล้วเมื่อเป็นเส้นเลือดฝอยในตาแตกควรรรับมืออย่างไร? บทความนี้จะมาอธิบายวิธีรับมือ พร้อมเจาะลึกสาเหตุ อาการโดยเบื้องต้น และวิธีการดูแลตัวเอง เพื่อให้คุณสามารถรับมือได้อย่างถูกต้อง


KEY TAKEAWAY

  • เส้นเลือดฝอยในตาแตก เป็นอาการที่เส้นเลือดฝอยขนาดเล็กใต้เยื่อบุตาขาวแตก ทำให้เลือดออกในชั้นเยื่อบุตา ส่งผลให้ตาขาวมีสีแดงสดชัดเจน
  • เส้นเลือดฝอยในตาแตก เป็นอาการที่ไม่อันตรายและสามารถหายเองใน 1–2 สัปดาห์ 
  • หากเกิดเส้นเลือดฝอยในตาแตกบ่อย พร้อมมีอาการปวดตา หรือตามัวร่วมด้วย แนะนำควรพบจักษุแพทย์ทันที

สารบัญบทความ


เส้นเลือดฝอยในตาแตก คืออะไร?

ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage) คือภาวะที่เส้นเลือดฝอยในเยื่อบุตาแตก ทำให้เลือดซึมออกมาอยู่ระหว่างเยื่อบุตาและตาขาว ส่งผลให้เกิดรอยแดงสดบริเวณตาขาว ซึ่งมักจะไม่ส่งผลต่อการมองเห็นหรือทำให้สายตาเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเลือดไม่ได้เข้าไปกระทบกับโครงสร้างที่สำคัญของการมองเห็น โดยต่างจากอาการตาแดงที่เกิดจากการแพ้หรือการอักเสบอื่น ๆ ที่มักจะมีอาการเคืองตา น้ำตาไหล หรือขี้ตาร่วมด้วย

อ่านบทความสุขภาพดี ๆ เพิ่มเติม : กระจกตาอักเสบ (Keratitis) อาการที่พบ และอันตรายไหม?

อาการเบื้องต้นมีอะไรบ้าง

อาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้เบื้องต้นก็คือ มีจุดหรือปื้น ๆ สีแดงสดที่ตาขาว โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือบวม และไม่ส่งผลต่อการมองเห็น ซึ่งผู้ที่มีอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่รู้ตัวจนกระทั่งส่องกระจก หรือมีคนบอก อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจมีอาการระคายเคืองเล็กน้อยได้


เส้นเลือดฝอยในตาแตกเกิดจากอะไร?

หลายคนอาจตกใจเมื่อมองกระจกแล้วเห็นจุดแดงในตาโดยไม่รู้สาเหตุ จริงๆ แล้วเส้นเลือดฝอยในตาแตกนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุในชีวิตประจำวัน เช่น

  • การยกของหนักหรือออกแรงมาก
  • การไอ จาม หรืออาเจียนอย่างรุนแรง
  • การขยี้ตาแรง ๆ โดยเฉพาะเมื่อตาคัน หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าดวงตา
  • การใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและบาดเจ็บที่เยื่อบุตาแดงได้
  • การติดเชื้อบางชนิดซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบบริเวณดวงตา
  • ภาวะความดันโลหิตสูงที่ทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงดวงตาเปราะแตกได้ง่ายขึ้น
  • การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือ Warfarin เมื่อเลือดออก จะทำให้เลือดหยุดยาก
  • การผ่าตัดตาหรือการตรวจตาบางอย่างอาจทำให้เส้นเลือดฝอยได้รับผลกระทบและอาจเกิดการเปราะแตกได้ง่าย

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

นอกจากสาเหตุที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่มที่มีโอกาสเกิดภาวะนี้บ่อยกว่าคนทั่วไป ได้แก่

  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีปัญหาตาแห้งเรื้อรัง

เส้นเลือดฝอยในตาแตกอันตรายไหม?

เส้นเลือดฝอยในตาแตก อันตรายไหม

สำหรับอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกนั้นเป็นอาการที่ไม่อันตราย แม้อาการที่เห็นจะดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้ว เลือดที่ออกนั้นอยู่ภายนอกลูกตาในชั้นเยื่อบุตา ไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ซึ่งในช่วงแรกบริเวณที่เป็นจุดแดงบนตาขาวอาจมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปสีจะค่อย ๆ จางเป็นสีส้มและเหลือง และหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์


สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรพบจักษุแพทย์?

แม้ว่าเส้นเลือดฝอยในตาแตกจะไม่ใช้อาการที่อันตราย แต่หากสังเกตเห็นอาการที่ผิดปกติดังต่อไปนี้ไม่ควรละเลย ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที 

  • มีอาการปวดตาหรือแสบตาร่วมด้วย 
  • เริ่มมีปัญหาในการมองเห็น มีอาการตาพร่ามัว
  • มีอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกซ้ำอีก
  • มีอาการเลือดออกในตาหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ตา 
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์

ชวนอ่านบทความสุขภาพดี ๆ เพิ่มเติม : กระจกตาเป็นแผลอันตรายกว่าที่คิด เช็กอาการติดเชื้อ และวิธีรักษา


วิธีรักษาอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตก

ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา หากมีอาการระคายเคืองตา สามารถใช้น้ำตาเทียมเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ โดยส่วนใหญ่เส้นเลือดที่แตกจะหายเองภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่หากเป็นบริเวณที่กว้าง อาจใช้เวลานานกว่านั้น ระหว่างที่เลือดค่อย ๆ จางลง สีบริเวณนั้นอาจเปลี่ยนไปคล้ายกับรอยช้ำที่กำลังหาย

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดตาหรือเส้นเลือดแตกบ่อยครั้ง ควรพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่รุนแรงกว่า เช่น ภาวะเลือดออกในช่องหน้าม่านตา (Hyphema) หรือภาวะผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด


ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตก

เส้นเลือดฝอยในตาแตก ดูแลตัเอง

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้อาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกนั้นดีขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดซ้ำในอนาคตได้อีกด้วย สำหรับใครที่มีอาการดังกล่าวจักษุแพทย์มีวิธีการดูแลตัวเองที่อยากแนะนำ ดังนี้

  • ลดการใช้สายตา เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์ เพื่อให้เส้นเลือดฝอยบริเวณดวงตาได้รับการฟื้นฟู
  • หมั่นประคบเย็นบริเวณดวงตา โดยแนะนำให้ประคบประมาณ 5–10 นาที
  • ใช้น้ำตาเทียม เพื่อช่วยลดการระคายเคืองและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตา
  • งดการรับประทานยายาแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ หรือยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ไม่ซื้อยาหยอดตามาใช้เอง 
  • หากอาการไม่ดีขึ้น หรือสังเกตได้ว่ามีอาการผิดปกติอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ตาพร่ามัว ปวดตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที

วิธีป้องกันเส้นเลือดฝอยในตาแตก ทำอย่างไรได้บ้าง

แม้เส้นเลือดฝอยในตาแตกจะดูน่าตกใจ แต่รู้ไหมว่าแค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กน้อย ก็ช่วยลดเสี่ยงในการเกิดอาการดังกล่าวได้ ลองมาดู 6 วิธีป้องกันดี ๆ ที่จักษุแพทย์แนะนำ

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
  • ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ 
  • ใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี และคอยเปลี่ยนคอนแทคตามระยะเวลากำหนดอยู่เสมอ 
  • สวมแว่นนิรภัยหรือแว่นกันลมเมื่อทำกิจกรรมที่อาจมีอนตรายต่อดวงตา เช่น งานช่าง หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่มีฝุ่นละออง
  • หมั่นตรวจสุขภาพตาประจำปีกับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่เสมอ
  • พักถนอมสายตาอย่างสม่ำเสมอ โดยแนะนำให้พักสายตาโดยใช้ทริค 20-20-20 เพื่อลดความล้าและความเครียดสะสมบริเวณดวงตา

เส้นเลือดฝอยในตาแตก ไม่น่ากลัว แต่ควรใส่ใจ

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับเส้นเลือดฝอยในตาแตก หรือภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage) จะเห็นได้ว่าเป็นอาการที่ไม่อันตรายต่อดวงตา และสามารถหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์ 

อย่างไรก็ตาม หากเกิดเส้นเลือดฝอยในตาแตกบ่อยครั้ง พร้อมกับอาการปวดตา การมองเห็นที่ผิดปกติ ไม่ควรละเลยหรือปล่อยไว้ แนะนำว่าควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม

สำหรับใครที่ใส่ใจสุขภาพดวงตา ต้องการคำปรึกษาและนัดพบจักษุแพทย์ สามารถเข้ารับบริการได้ที่ โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ที่มีทีมจักษุแพทย์พร้อมดูแลสุขภาพดวงตาของคุณด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสูง พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้คุณมั่นใจได้ในสุขภาพของดวงตาที่ดีขึ้นยิ่งกว่า

ช่องทางติดต่อ


คำถามที่พบบ่อย

เส้นเลือดฝอยในตาแตกกับตาแดงจากการอักเสบต่างกันอย่างไร?

เส้นเลือดฝอยในตาแตกจะเห็นเป็นแผ่นสีแดงสดที่ตาขาว โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือขี้ตา ส่วนตาแดงจากการอักเสบ (Conjunctivitis) มักจะมีอาการระคายเคือง คันตา และมักมีขี้ตา ร่วมด้วย การแดงจากการอักเสบจะกระจายทั่วตา มากกว่าการเป็นจุดหรือแผ่นสีแดงชัดเจน

เส้นเลือดฝอยในตาแตกหายเองได้ไหม?

สามารถหายได้เอง โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น และสีแดงบริเวณตาขาวจะค่อย ๆ จางลงภายใน 1-2 สัปดาห์

เส้นเลือดฝอยในตาแตกทำให้ตาบอดได้ไหม?

ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกชนิดทั่วไปไม่ทำให้ตาบอด เพราะเลือดที่ออกอยู่แค่บริเวณเยื่อบุตา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจอประสาทตาหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น

เส้นเลือดฝอยในตาแตกต้องกินยาไหม?

ไม่จำเป็นต้องกินยา สามารถใช้น้ำตาเทียม บรรเทาอาการระคายเคืองได้ และไม่ควรซื้อยาหยอดตาลดเส้นเลือดมาใช้เอง เพราะยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง หากมีอาการผิดปกติอื่น ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง

เส้นเลือดฝอยในตาแตกบ่อยๆ บ่งบอกถึงอะไร?

หากเส้นเลือดฝอยในตาแตกบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้อง


References

Subconjunctival Hemorrhage. (06.28.2023). clevelandclinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/17713-subconjunctival-hemorrhage

Subconjunctival hemorrhage (broken blood vessel in eye). (n.d). mayoclinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/subconjunctival-hemorrhage/symptoms-causes/syc-20353826

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ