ตากระตุกเกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และเมื่อไหร่ควรพบจักษุแพทย์
ตากระตุกเกิดจากอะไร? รวมสาเหตุที่พบบ่อย พร้อมอาการและสัญญาณอันตรายที่ควรระวัง รู้ทันก่อนสายเกินไป เช็กวิธีรักษาและป้องกันอาการตากระตุกบ่อย

หลายคนคงเคยตื่นเช้ามาแล้วพบว่าตาขาวมีสีแดงสดราวกับเลือดซึมใต้ผิวตา ทั้งที่ไม่มีอาการเจ็บปวดหรือผิดปกติ อาการดังกล่าวนี้เป็นภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตก หรือที่เรียกว่า "เลือดออกใต้เยื่อบุตา" ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้เยื่อบุตาขาวแตก ทำให้ตาขาวมีสีแดงสด แต่ไม่ส่งผลต่อการมองเห็นและมักไม่เจ็บปวด
แล้วเมื่อเป็นเส้นเลือดฝอยในตาแตกควรรรับมืออย่างไร? บทความนี้จะมาอธิบายวิธีรับมือ พร้อมเจาะลึกสาเหตุ อาการโดยเบื้องต้น และวิธีการดูแลตัวเอง เพื่อให้คุณสามารถรับมือได้อย่างถูกต้อง
KEY TAKEAWAY
สารบัญบทความ
ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage) คือภาวะที่เส้นเลือดฝอยในเยื่อบุตาแตก ทำให้เลือดซึมออกมาอยู่ระหว่างเยื่อบุตาและตาขาว ส่งผลให้เกิดรอยแดงสดบริเวณตาขาว ซึ่งมักจะไม่ส่งผลต่อการมองเห็นหรือทำให้สายตาเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเลือดไม่ได้เข้าไปกระทบกับโครงสร้างที่สำคัญของการมองเห็น โดยต่างจากอาการตาแดงที่เกิดจากการแพ้หรือการอักเสบอื่น ๆ ที่มักจะมีอาการเคืองตา น้ำตาไหล หรือขี้ตาร่วมด้วย
อ่านบทความสุขภาพดี ๆ เพิ่มเติม : กระจกตาอักเสบ (Keratitis) อาการที่พบ และอันตรายไหม?
อาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้เบื้องต้นก็คือ มีจุดหรือปื้น ๆ สีแดงสดที่ตาขาว โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือบวม และไม่ส่งผลต่อการมองเห็น ซึ่งผู้ที่มีอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่รู้ตัวจนกระทั่งส่องกระจก หรือมีคนบอก อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจมีอาการระคายเคืองเล็กน้อยได้
หลายคนอาจตกใจเมื่อมองกระจกแล้วเห็นจุดแดงในตาโดยไม่รู้สาเหตุ จริงๆ แล้วเส้นเลือดฝอยในตาแตกนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุในชีวิตประจำวัน เช่น
นอกจากสาเหตุที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่มที่มีโอกาสเกิดภาวะนี้บ่อยกว่าคนทั่วไป ได้แก่

สำหรับอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกนั้นเป็นอาการที่ไม่อันตราย แม้อาการที่เห็นจะดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้ว เลือดที่ออกนั้นอยู่ภายนอกลูกตาในชั้นเยื่อบุตา ไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ซึ่งในช่วงแรกบริเวณที่เป็นจุดแดงบนตาขาวอาจมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปสีจะค่อย ๆ จางเป็นสีส้มและเหลือง และหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์
แม้ว่าเส้นเลือดฝอยในตาแตกจะไม่ใช้อาการที่อันตราย แต่หากสังเกตเห็นอาการที่ผิดปกติดังต่อไปนี้ไม่ควรละเลย ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที
ชวนอ่านบทความสุขภาพดี ๆ เพิ่มเติม : กระจกตาเป็นแผลอันตรายกว่าที่คิด เช็กอาการติดเชื้อ และวิธีรักษา
ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา หากมีอาการระคายเคืองตา สามารถใช้น้ำตาเทียมเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ โดยส่วนใหญ่เส้นเลือดที่แตกจะหายเองภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่หากเป็นบริเวณที่กว้าง อาจใช้เวลานานกว่านั้น ระหว่างที่เลือดค่อย ๆ จางลง สีบริเวณนั้นอาจเปลี่ยนไปคล้ายกับรอยช้ำที่กำลังหาย
อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดตาหรือเส้นเลือดแตกบ่อยครั้ง ควรพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่รุนแรงกว่า เช่น ภาวะเลือดออกในช่องหน้าม่านตา (Hyphema) หรือภาวะผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้อาการเส้นเลือดฝอยในตาแตกนั้นดีขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดซ้ำในอนาคตได้อีกด้วย สำหรับใครที่มีอาการดังกล่าวจักษุแพทย์มีวิธีการดูแลตัวเองที่อยากแนะนำ ดังนี้
แม้เส้นเลือดฝอยในตาแตกจะดูน่าตกใจ แต่รู้ไหมว่าแค่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเล็กน้อย ก็ช่วยลดเสี่ยงในการเกิดอาการดังกล่าวได้ ลองมาดู 6 วิธีป้องกันดี ๆ ที่จักษุแพทย์แนะนำ
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับเส้นเลือดฝอยในตาแตก หรือภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage) จะเห็นได้ว่าเป็นอาการที่ไม่อันตรายต่อดวงตา และสามารถหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม หากเกิดเส้นเลือดฝอยในตาแตกบ่อยครั้ง พร้อมกับอาการปวดตา การมองเห็นที่ผิดปกติ ไม่ควรละเลยหรือปล่อยไว้ แนะนำว่าควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม
สำหรับใครที่ใส่ใจสุขภาพดวงตา ต้องการคำปรึกษาและนัดพบจักษุแพทย์ สามารถเข้ารับบริการได้ที่ โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ที่มีทีมจักษุแพทย์พร้อมดูแลสุขภาพดวงตาของคุณด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสูง พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้คุณมั่นใจได้ในสุขภาพของดวงตาที่ดีขึ้นยิ่งกว่า
ช่องทางติดต่อ
เส้นเลือดฝอยในตาแตกจะเห็นเป็นแผ่นสีแดงสดที่ตาขาว โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือขี้ตา ส่วนตาแดงจากการอักเสบ (Conjunctivitis) มักจะมีอาการระคายเคือง คันตา และมักมีขี้ตา ร่วมด้วย การแดงจากการอักเสบจะกระจายทั่วตา มากกว่าการเป็นจุดหรือแผ่นสีแดงชัดเจน
สามารถหายได้เอง โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น และสีแดงบริเวณตาขาวจะค่อย ๆ จางลงภายใน 1-2 สัปดาห์
ภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกชนิดทั่วไปไม่ทำให้ตาบอด เพราะเลือดที่ออกอยู่แค่บริเวณเยื่อบุตา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจอประสาทตาหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น
ไม่จำเป็นต้องกินยา สามารถใช้น้ำตาเทียม บรรเทาอาการระคายเคืองได้ และไม่ควรซื้อยาหยอดตาลดเส้นเลือดมาใช้เอง เพราะยาบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง หากมีอาการผิดปกติอื่น ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
หากเส้นเลือดฝอยในตาแตกบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้อง
References
Subconjunctival Hemorrhage. (06.28.2023). clevelandclinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/17713-subconjunctival-hemorrhage
Subconjunctival hemorrhage (broken blood vessel in eye). (n.d). mayoclinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/subconjunctival-hemorrhage/symptoms-causes/syc-20353826