บทความสุขภาพ

ตาแพ้แสง ตามองแสงไม่ได้ เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน

บทความโดย: seoteam seoteam วันที่อัพเดท: 8 มีนาคม 2569

ตาแพ้แสง

เมื่อมีอาการตาแพ้แสง ตาโดนแสงแล้วมัว แสบตา หรือปวดตา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติทางดวงตาที่ไม่ควรมองข้าม การเข้าใจสาเหตุและความอันตรายของภาวะตาแพ้แสง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาปัญหาตาแพ้แสงได้อย่างถูกต้องก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนสายเกินแก้


KEY TAKEAWAY

  • ตาแพ้แสงคือภาวะที่ดวงตาไวต่อแสงมากกว่าปกติ ทำให้แสบตา ปวดตา มองแสงไม่ได้
  • อาการตาแพ้แสงอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ตาแห้ง การอักเสบของดวงตา ไปจนถึงโรคทางระบบประสาท รวมไปถึงการใช้ยาและพฤติกรรมการใช้ดวงตาที่ไม่เหมาะสม
  • หากมีอาการตาแพ้แสงรุนแรง เช่น ปวดตา ตาแดง การมองเห็นลดลง หรือเป็นต่อเนื่อง ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
  • การรักษาตาแพ้แสงต้องดูตามสาเหตุ อาจใช้ยาหยอดตา ปรับพฤติกรรม และป้องกันดวงตาจากแสง
  • การดูแลดวงตาอย่างถูกวิธีและเข้ารับการตรวจตาเป็นประจำ ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

สารบัญบทความ


ตาแพ้แสงคืออะไร?

อาการแพ้แสง

อาการตาแพ้แสง (Photophobia) คือภาวะที่ดวงตามีความไวต่อแสงมากกว่าปกติ ทำให้รู้สึกไม่สบายตาเมื่ออยู่ในที่มีแสงจ้า เช่น แสงแดด แสงไฟ หรือแสงจากหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล

ผู้ที่มีภาวะตาแพ้แสงมักมีอาการแสบตา ปวดตา หรือจำเป็นต้องหรี่ตาโดยไม่รู้ตัว ในบางรายอาจมีน้ำตาไหลหรือปวดศีรษะร่วมด้วย ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบชั่วคราวและเรื้อรัง พบได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีดวงตาสีอ่อน มักมีความไวต่อแสงมากกว่าผู้ที่มีดวงตาสีเข้ม


สาเหตุของตาแพ้แสงเกิดจากอะไร?

อาการตาแพ้แสงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่ความผิดปกติเล็กน้อยของดวงตา ไปจนถึงโรคทางตา โรคทางระบบประสาทบางชนิด รวมไปถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาและพฤติกรรม ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. ความผิดปกติของผิวกระจกตา เช่น กระจกตาอักเสบ กระจกตาถลอก
  2. การติดเชื้อที่ตา ทั้งจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา
  3. โรคทางตา เช่น ม่านตาอักเสบ ภาวะตาแห้ง โรคภูมิแพ้ขึ้นตา 
  4. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาขยายม่านตา ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะบางชนิด 
  5. โรคทางระบบประสาท เช่น ไมเกรน อัมพาต เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  6. การใช้งานดวงตาไม่เหมาะสม เช่น ใช้สายตามากเกินไป อยู่กับแสงหน้าจอเป็นเวลานาน ใส่คอนแท็กต์เลนส์นานเกินไป
  7. โรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล

อาการตาแพ้แสงแบบไหนที่ควรพบแพทย์?

อาการตาไม่สู้แสง

แม้ว่าอาการตาแพ้แสงบางกรณีอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและหายได้เอง แต่หากมีอาการรุนแรงหรือผิดปกติร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของโรคตาหรือภาวะทางสุขภาพที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

  • แสบตาแพ้แสงอย่างรุนแรง จนไม่สามารถลืมตาในที่มีแสงได้
  • ปวดตา ตาแดง หรือแสบตามากผิดปกติ
  • การมองเห็นพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว
  • มีน้ำตาไหลมาก หรือมีขี้ตามากผิดปกติ
  • มีอาการปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย
  • อาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นต่อเนื่องนานหลายวัน แม้จะหลีกเลี่ยงแสงแล้วก็ตาม

การตรวจวินิจฉัยตาแพ้แสงทำได้อย่างไร?

การตรวจวินิจฉัยอาการตาแพ้แสงเป็นขั้นตอนสำคัญในการหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกติ เนื่องจากอาการตาแพ้แสงอาจเกี่ยวข้องได้ทั้งโรคทางตาและโรคทางระบบอื่น ๆ โดยจักษุแพทย์จะประเมินอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งจะมีวิธีการตรวจวินิจฉัยดังต่อไปนี้

  1. ซักประวัติอาการ ระยะเวลาที่เป็น และปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงแดดหรือแสงจากหน้าจอ
  2. ตรวจวัดสายตาและประเมินการมองเห็น
  3. ตรวจสภาพภายนอกดวงตา เช่น เปลือกตา เยื่อบุตา และกระจกตา
  4. ตรวจตาด้วยเครื่อง Slit Lamp เพื่อดูความผิดปกติภายในดวงตาอย่างละเอียด
  5. การตรวจฟิล์มน้ำตา เป็นวิธีการตรวจประเมินคุณภาพและปริมาณน้ำตา เพื่อประเมินภาวะตาแห้ง
  6. ในบางกรณี อาจพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติมหรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น หากสงสัยโรคทางระบบร่วมด้วย

อาการตาแพ้แสงมีวิธีการรักษาอย่างไร?

ตาไม่สู้แสง วิธีแก้

อาการตาแพ้แสงสามารถดูแลและรักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการตาแพ้แสง ในบางกรณีอาจบรรเทาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและดูแลดวงตาอย่างเหมาะสม แต่หากมีความผิดปกติของดวงตาหรือโรคแฝง การรักษาอย่างถูกวิธีโดยแพทย์จะช่วยลดอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

น้ำยาหยอดตา

การใช้น้ำยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และบรรเทาอาการแสบตาจากตาแพ้แสงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะตาแห้งหรือใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลานาน ทั้งนี้แนะนำให้เลือกใช้น้ำยาหยอดตาที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดตาแพ้แสง

ควรลดการอยู่ในที่มีแสงจ้า หลีกเลี่ยงการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะ และปรับสภาพแวดล้อมให้มีแสงที่เหมาะสม เพื่อลดการกระตุ้นอาการตาแพ้แสง

ใส่แว่นป้องกันดวงตา

การสวมแว่นกันแดดหรือแว่นกรองแสงสามารถช่วยป้องกันดวงตาจากแสงจ้าและรังสี UV ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อาการตาแพ้แสงรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องออกกลางแจ้งหรือทำงานในที่มีแสงจ้า

พบจักษุแพทย์

หากอาการตาแพ้แสงไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดตา ตาแดง หรือการมองเห็นลดลง ควรเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด การดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นในระยะยาว


วิธีป้องกันไม่ให้เกิดตาแพ้แสงทำได้อย่างไร?

อาการตาแพ้แสงสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่งด้วยการดูแลสุขภาพดวงตาอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ดวงตาระคายเคืองด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและการสัมผัสบริเวณดวงตา ซึ่งอาจทำให้ดวงตาระคายเคืองและอักเสบ
  • หากสายตาสั้น ควรใส่แว่นสายตาแทนคอนแท็กต์เลนส์ กรณีที่จำเป็นควรระมัดระวังการใส่คอนแท็กต์เลนส์ติดกันเป็นเวลานาน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่ช่วยบำรุงสายตา
  • ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาทางดวงตาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การใช้คอนแท็กต์เลนส์ส่งผลต่ออาการตาแพ้แสงไหม?

การใช้คอนแท็กต์เลนส์ สามารถส่งผลต่ออาการตาแพ้แสงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ใส่เลนส์ไม่ถูกวิธีหรือดูแลเลนส์ไม่เหมาะสม คอนแท็กต์เลนส์อาจทำให้ดวงตาแห้ง ระคายเคือง หรือเกิดการอักเสบของผิวกระจกตา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้ดวงตามีความไวต่อแสงมากขึ้น

นอกจากนี้ การใส่คอนแท็กต์เลนส์เป็นเวลานานเกินไป การนอนหลับทั้งที่ยังใส่คอนแท็กต์เลนส์ หรือการใช้คอนแท็กต์เลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้อาการตาแพ้แสงรุนแรงขึ้นได้ หากผู้ใส่คอนแท็กต์เลนส์มีอาการตาแพ้แสง แสบตา หรือมองแสงไม่ได้ ควรหยุดใส่คอนแท็กต์เลนส์ชั่วคราวและเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจและคำแนะนำที่เหมาะสม


ตาแพ้แสงควรเลือกสวมแว่นตาแบบไหน?

ตาแพ้แสง ควรใส่แว่นแบบไหน

ผู้ที่มีอาการตาแพ้แสงควรให้ความสำคัญกับการเลือกแว่นตาที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดการระคายเคืองของดวงตาและป้องกันแสงที่เป็นตัวกระตุ้นอาการตาแพ้แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแว่นตาสำหรับผู้ป่วยตาแพ้แสงที่ควรใช้มีดังนี้

แว่นกันแดด

แว่นกันแดดเป็นตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ตาแพ้แสง โดยควรเลือกเลนส์ที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้สูง และมีสีเลนส์ที่ช่วยลดความจ้าของแสง เช่น สีเทา สีน้ำตาล หรือสีเขียว เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้งและช่วยลดอาการแสบตาเมื่อเผชิญแสงแดดโดยตรง

แว่นกรองแสงสีฟ้า

แว่นกรองแสงสีฟ้าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน ช่วยลดแสงสีฟ้าที่อาจทำให้ดวงตาล้าและกระตุ้นอาการตาแพ้แสง เหมาะกับการใช้งานในออฟฟิศหรือภายในอาคาร

แว่นเลนส์ออโต้ เลนส์เปลี่ยนสี

แว่นเลนส์ออโต้หรือเลนส์เปลี่ยนสีสามารถปรับระดับความเข้มของเลนส์ตามความสว่างของแสงอัตโนมัติ ช่วยปกป้องดวงตาทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตาแพ้แสงและต้องเปลี่ยนสภาพแสงบ่อย ลดความไม่สบายตาและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน


ตาแพ้แสง อย่าปล่อยไว้นาน รบกวนคุณภาพชีวิตกว่าที่คิด 

อาการตาแพ้แสงอาจเริ่มต้นจากความรู้สึกแสบตา มองแสงไม่ได้ หรือไม่สบายตาเมื่ออยู่ในที่สว่าง แต่เบื้องหลังอาการเหล่านี้อาจซ่อนความผิดปกติของดวงตาหรือโรคบางชนิดที่ส่งผลต่อการมองเห็นได้ หากรู้เท่าทันสาเหตุ สังเกตอาการอย่างถูกต้อง และดูแลดวงตาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยถนอมสายตาให้ใช้งานได้ดีในระยะยาว

หากคุณกำลังกังวลเกี่ยวกับอาการตาแพ้แสง หรือมีอาการผิดปกติของดวงตาที่ไม่แน่ใจ สมิติเวช ไชน่าทาวน์ พร้อมดูแลคุณด้วยทีมจักษุแพทย์ เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย และการรักษาที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณกลับมามองเห็นได้อย่างสบายตาและมั่นใจในทุกวัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่


References

Photophobia. (2023, October 4). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/photophobia

Digre, K.B. & Brennan, K.C. (2012). Shedding light on photophobia. Journal of neuro-ophthalmology : the official journal of the North American Neuro-Ophthalmology Society, 32(1), 68–81. https://doi.org/10.1097/WNO.0b013e3182474548


คำถามที่พบบ่อย

ตาแพ้แสงมีโอกาสหายไหม?

อาการตาแพ้แสงบางกรณีอาจหายได้เอง หากเกิดจากความล้าของดวงตาหรือตาแห้งชั่วคราว แต่หากเป็นต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ตาแพ้แสงทำเลสิกได้ไหม?

สามารถทำเลสิกได้ในบางราย แต่ต้องประเมินสาเหตุของตาแพ้แสงและสุขภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ก่อน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม

ตาแพ้แสงควรกินอะไร?

ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยบำรุงสายตาและลดการอักเสบของดวงตาได้

บทความและสุขภาพอื่นที่น่าสนใจ